ทัวร์ออสเตรเลีย |
Sydney | Brisbane | Melbourne | Perth | ตารางกำหนดการทัวร์ออสเตรเลีย |
| |
สถานที่ท่องเที่ยวใน Sydney
|
Sydney Opera House
|
|
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายหอยเชลล์มาบ้างแล้วจากทีวี ภาพยนตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียก็ว่าได้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว แวะเวียนมาแชะรูปถ่ายกันตลอดเวลา ไม่ขาดสายเลยค่ะและภายใน Sydney Opera House ก็จะประกอบไปด้วยส่วนของศาลาคอนเสิร์ต โรงละคร ภัตตาคาร และศูนย์วัฒนธรรม แห่งชาติของประเทศออสเตรเลียและยังเป็นจุดชมวิวชมวิวที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และถ้าใครมาซิดนีย์แต่ไม่มาที่ Opera House ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้ |
Sydney Opera House ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ปลายแหลมของผืนดินที่ยื่นออกไปในทะเลเล็กน้อย โดยมีน้ำทะเลล้อมรอบอยู่ถึง 3 ด้าน Opera House มองดูเหมือนเรือ แม้ว่าแรงบันดาลใจของผู้ออกแบบจะมาจากการปอกเปลือกของผลส้มแมนดารินก็ตาม ต้องถือว่า Sydney Opera House เป็นสัญลักษณ์ของนครซิดนีย์เลยทีเดียว ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงปัจจุบัน Opera House แห่งนี้ถูกถ่ายรูปมาแล้วนับพันๆล้านครั้ง นอกจากความเลอเลิศของรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่จะสร้างความประทับใจให้ทุกคนที่มาเยือนจนอยากจะมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้ว
|
Sydney Opera House มีประวัติคือ ก่อนที่จะมีการก่อสร้าง Sydney Opera House ขึ้น ซิดนีย์ไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมเพียงพอในการเปิดแสดงดนตรีและการแสดงต่างๆ ชาวเมืองใช้ที่ว่าการของเมืองเป็นที่จัดแสดง แต่เวทีการแสดงก็ยังไม่มีความสมบูรณ์และเหมาะสมอยู่ดี เมื่อ Sir Eugene Goosens ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าวาทยากรของวงดุริยางค์ Sydney Symphony Orchestra และดำรงตำแหน่งกรรมการของ NSW Conservatorium of Music ในปี 1947 จึงได้มีแนวความคิดที่จะสร้างสถานที่จัดแสดงทางศิลปะแห่งใหม่ ซึ่งรวมถึงการแสดงคอนเสริต ดุริยางคศิลป์และโอเปร่า เข้าด้วยกันในที่ที่เดียว ซึ่งควีนอลิซาเบท ที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด Sydney Opera House อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ตุลาคม 1973 นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้มีการแสดงในปี 1973 Sydney Opera House มีการจัดการแสดงหลากหลายประเภทมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สรรค์สร้างความบันเทิงให้กับผู้คนนับล้านๆคนจากทั่วโลก และเป็นที่ที่ศิลปินที่มีชื่อเสียงต้องการได้รับโอกาสมาเปิดการแสดงอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต โดยเฉลี่ยแล้วในปีๆหนึ่งจะมีการแสดงทุกประเภทรวมกันประมาณ 3,000 รายการ และมีผู้ชมประมาณ 2 ล้านคน
|
นอกจากนี้ Sydney Opera House ได้รับการคัดเลือกจาก การประชุม ยูเนสโกที่ประเทศนิวซีแลนด์ให้เป็นมรดกโลกแห่งล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2550 อีกด้วย
|
| |
Sydney Harbour Bridge
|
| |
|
เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ Sydney ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่เขามีบริการ Climbing Bridge ซึ่งก็คือการไต่สะพาน Harbour นี้เอง ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวจะมาท้าทายความตื่นเต้น เพราะสะพานแห่งนี้สูงถึง 134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (ถ้าใครอยากทดสอบความกล้าก็มาทดสอบได้ว่าคุณกล้าแค่ไหน) การปีนสะพานเหล็กแห่งนี้เป็นทางเลือกที่น่าลองทีเดียว สามารถซื้อตั๋วราคาไม่ถูกเลยได้ที่นี่ ก่อนจะเริ่มการปีนป่ายจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อใช้ปีนสะพานนี้โดยเฉพาะ ชุดที่ว่านี้มีอุปกรณ์ป้องกันที่จะไม่ให้ตัวเราและชิ้นส่วนของเราไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามหลุดลงไปข้างล่างระหว่างที่การปีนป่ายกำลังดำนินไป แม้แต่คนที่สวมแว่นตาก็จะมีเครื่องยึดแว่นตาของคุณเอาไว้ไม่ให้หลุด ทุกคนในกลุ่มซึ่งประกอบด้วยคนประมาณ 12 คนจะถูกยึดติดกันด้วยสายเคเบิ้ลแข็งแรง เคยมีคนพูดให้ฟังว่า แม้แต่คนที่ต้องการฆ่าตัวตายก็ยังไม่มีทางทำได้เลย ปลอดภัยแค่ไหนก็ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน |
ก่อนที่จะเดินทางออกจากจุดเริ่มต้นจะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายทบทวนวิธีการปีนให้ปลอดภัย และเตรียมพร้อมต่อการปีนออกกำลังกายในที่สูง รวมถึงมาตรการที่จะทำให้ปลอดภัยมากที่สุดซึ่งคุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ระหว่างการปีนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญติดตามไปกับกลุ่มอย่างใกล้ชิดด้วย เมื่อไปถึงจุดสูงสุดตรงยอดกลางของสะพานที่ความสูง 134 เมตรจากระดับอ่าวข้างล่าง คุณจะได้ถ่ายรูปที่มีบริการเพื่อเป็นที่ระลึกและนำมาอวดคนที่บ้านและเพื่อนๆที่ยังไม่มีโอกาสไป ก่อนที่จะค่อยๆปีนลงมายังอีกด้านหนึ่งของสะพาน การปีนสะพานใช้เวลาทั้งหมดราว 3 ชั่วโมงครึ่ง คนดังหลายคนที่เคยมาปีนสะพานแห่งนี้แล้วมีอาทิ เจ้าชาย แฮรี่ Matt Damon, Kylie Minoque, Cathy Freeman, Pat Rafter เป็นต้น
|
สำหรับผู้ที่สุขภาพไม่พร้อมที่จะปีนป่ายขึ้นไปยังที่สูงชันดังกล่าว ยังสามารถเลือกได้ที่จะแต่งเติมประสบการณ์อีกแบบหนึ่งด้วยการลองเดินข้ามสะพานโดยใช้ทางเดินที่จัดเอาไว้จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของสะพาน สะพานแห่งนี้ผ่านยุคสมัยการสัญจรของผู้คนมาหลายทศวรรษ มนต์เสน่ห์เก่าๆยังมีอยู่ต็มเปี่ยม ยามเมื่อคุณได้เดินทอดน่องบนสะพานชมทัศนียภาพของเมือง เมื่อมองจากทางเดินบนสะพานคุณจะเห็นวิวของซิดนีย์ในมุมมองที่แปลกออกไป ครั้นเมื่อทอดสายตาชมอ่าว เรือยอร์ชและเรือเฟอรี่ที่วิ่งขวักไขว่ในบริเวณอ่าว ฟองและยอดเกลียวคลื่นเล็กๆบนผิวน้ำเมื่อเรือแต่ละลำแทรกกายพุ่งไปข้างหน้า แต่งแต้มให้ผืนน้ำและท้องฟ้าของอ่าวตระการตาจนยากที่จะละสายตาจากไป เพราะที่นี่จะอยู่ใกล้กับ Sydney Opera House ใกล้แค่เอื้อม
|
สะพาน Harbor Bridge เป็นสะพานที่กว้างที่สุดในโลก (แต่ไม่ยาวที่สุด) เป็นสัญลักษณ์อีกอันหนึ่งของ ออสเตรเลีย โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 8 ปี มีความสูง 134 เมตรจากระดับน้ำทะเล สร้างจากเหล็กจำนวน 52,000 ตัน ใช้สีทาสะพาน 272,000 ลิตร และมีคนจำนวน 1,400 คนที่มีส่วนในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ และSydney Harbour Bridge เพิ่งจะฉลองครบรอบ 75 ปี Sydney Harbour Bridge ในวันที่ 18 มีนาคม 2007 ที่ผ่านมา
|
| |
Royal Botanic Gardens
|
| |
|
สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้หลากฤดูบนพื้นที่กว้างใหญ่ รอบๆสวนสวยมีถนนคอนกรีตไม่กว้างมากนักล้อมรอบ แต่สะดวกสะบายตลอดปีสำหรับคนซิดนีย์ที่ต้องการมาพักผ่อนหรือแม้แต่ผู้รักการเดินเล่นหรือการวิ่งออกกำลังกาย ส่วนหนึ่งของสวนเป็นโซนที่จัดเป็นสวนในแบบของจีน ญี่ปุ่น และสวนยุโรปดั้งเดิม รวมถึงสวนสมุนไพรที่มีปฏิมากรรม The Sundial ตั้งเด่นอวดความสวยอยู่ที่นั่น ตรงกลางของสวนโซนล่างเป็นที่ตั้งของสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำพุที่มีน้ำใสเย็นพรวยพลุ่งขึ้นมาสร้างสีสันตัดกับสีเขียวสดของผืนหญ้าที่มีเหล่านกหลากหลายขนาดเดินนวยนาดอวดโฉมให้เราได้ชม ทำให้ผู้คนที่ผ่านมารู้สึกผ่อนคลาย โดยมีจุดชมวิวที่สำคัญ คือ บริเวณ Mrs. Macquarie's Chair นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะชอบมาถ่ายรูปกันมาก เพราะเป็นสวนที่สุดระดับต้น ๆ ของโลก |
| |
The Rocks
|
| |
|
เป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสกลิ่นอายของวันวานของซิดนีย์ The Rocks เป็นสถานที่ที่กองเรือกองแรกของอังกฤษพาผู้คนชุดแรกจำนวน 1,030 คนเข้ามาถึงซิดนีย์ เมื่อเดือนมกราคม ปี 1788 ในจำนวนนี้มีนักโทษชาย 500 คน นักโทษหญิง 200 คน และเด็กอีก 13 คน พวกเขาได้ทำการบุกเบิกหักร้างถางพง สร้างร้านค้า โรงพยาบาล บ้านเรือนและค่ายทหารขึ้นมา จากนั้นได้มีการปรับปรุงสร้างบ้านแปลงเมืองมาเรื่อยๆตราบเท่าทุกวันนี้
|
มีกิจกรรมที่น่าสนใจที่ The Rocks เสมอ ในช่วงหน้าหนาวมีงาน Aroma Coffee Festival การแสดงดนตรีกลางแจ้งมีในทุกคืนวันศุกร์ตลอดเดือน พฤศจิกายน และในเดือนมกราคม ช่วงงานวันชาติ Australian Day มีการแสดง Country Rock ให้ดูอย่างเต็มอิ่ม
|
หากคุณชื่นชอบบรรยากาศของผับที่ยังคงบรรยากาศเก่าๆ ค่ำนี้ลองแวะเยี่ยมที่ผับเก่าแก่ที่สุดของซิดนีย์ หนึ่งใน 13 แห่งที่ยังคงเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน ดื่มเบียร์ออสซี่รสชาดดั้งเดิมที่มีไว้รับรองแขกผู้มาเยือนพร้อมๆกับฟังเรื่องราวของผู้คนซึ่งเคยเป็นตำนานของที่แห่งนั้น ที่ Lord Nelson Brewery Hotel และที่ The Hero of Waterloo ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
หากคุณจะทานอาหารพร้อมกับดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่ยากจะมีที่ไหนในซิดนีย์เสมอเหมือนหรือเปรียบเทียบให้ใกล้เคียงได้ ลองแวะเข้าไปที่ Waterfront Restaurant หรือที่ Imperial Peking Harbor side ใน Campbell's Storehouse ตลอดทั่วทั้งบริเวณของที่นี่มีอาหารรสเลิศไว้ให้คุณได้ลองลิ้มรส ทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น อิตาเลียน อาหารจีน ฝรั่งเศส เยอรมัน
|
| |
สวนสัตว์ตารองก้า ( Taronga Park Zoo )
|
| |
|
ถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์ที่อยู่ในทำเลที่สวยที่สุดในโลก ด้วยอยู่ในภูมิประเทศติดทะเลสามารถมองข้ามตรงไปยังอ่าวซิดนีย์แสนสวยได้ตลอดเวลา สัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากกว่า 5,000 ชนิด และยัง มีป่าฝนจำลอง (Wild Asia) เป็นที่อยู่ของสัตว์เขตร้อน เช่น สิงโต ช้าง เป็นต้น
|
เนื่องจากสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นบนภูเขาทั้งลูก การเดินชมสวนสัตว์อาจทำได้ 2 อย่างคือเดินขึ้นหรือเดินลงเขา คนส่วนมากเลือกเดินลงเขา ดังนั้นทางสวนสัตว์จึงจัดรถบัสไว้บริการพานักท่องเที่ยวที่มาถึงท่าเรือขึ้นมาตั้งต้นการทัวร์ตรงยอดเขา แต่การเดินทางขึ้นเขาก็ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจคือ ทางสวนสัตว์จัดกระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นเขาผสมกับการเที่ยวในส่วนของซาฟารีด้วย คุณจะได้ล่องลอยข้ามยอดไม้ในป่าจำลองดูสัตว์ต่างชนิดในมุมพาโนรามาให้เต็มอื่ม รวมถึงทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าวซิดนีย์อีกด้วย
|
| |
Blue Mountains
|
| |
|
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ไปทางใต้ราว 2 ชั่วโมงด้วยการขับรถในความเร็วปกติ การเดินทางมาชมเสน่ห์ของขุนเขาแห่งนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่นอาจจะใช้บริการรถไฟที่จะมีขบวนรถออกจาก เซ็นทรัลสเตชั่นทุกๆชั่วโมง และในอีก 2 ชั่วโมงต่อมาเมื่อถึงสถานี คาทุมบา (Katoomba Station) ก็มาต่อด้วย Explorer Bus ซึ่งให้บริการออกจากสถานีรถไฟคาทุมบาทุกๆชั่วโมงเช่นกัน เริ่มจากเวลา 9.30 น. จนถึงเวลา 16.30 น. การซื้อตั๋วแบบรวมทั้งรถไฟและรถบัสก็มีให้เลือกในราคาน่าสนใจทีเดียว
|
Blue Mountains เป็นดินแดนที่สร้างสรรค์จากผลงานตามธรรมชาติ มีเทือกเขามากมายที่ให้เราชม เทือกเขาที่เด่นสุดของที่นี่คือ เทือกเขา ทรี ซีสเตอร์ ร็อกส์ (Three Sister Rocks) หรือเรียกกันว่า เขาสามอนงค์ โดยเทือกเขานี้จะมีภูเขาทั้ง 3 ลูกเรียงกัน ที่นี่เหมาะแห่งการชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะสวยเป็นพิเศษเหมาะแห่งการถ่ายรูป (อย่าลืมเอากล้องไปด้วยนะเดี๋ยวหาว่าไม่บอก)
|
| |
ตำนานของ The Three Sisters
The Three Sisters ยอดเขาสามยอด หรือสามใบเถา แห่งเทือกเขาบลูเมาร์เท่น นับว่าเป็นจุดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ มีตำนานของชาวพื้นเมืองเล่าขานกันมาว่า
กาลครั้งหนึ่ง ณ เทือกเขาแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของชายคนหนึ่งชื่อ ทยาวัน (Tyawan) เขามีลูกสาวสวยอยู่ 3 คนคือ มีนนี (Menhi) วิมาลา (Weemalah) และกันนีดู (Gunnedoo) ทยาวันมีกระดูกวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่งซึ่งทำให้เขาสามารถแปลงร่างเป็นนกไลเออเบิร์ด (Lyrebird)ได้ ทุกครั้งที่เขาออกไปล่าสัตว์ ทยาวันจะสั่งลูกสาวทั้งสามให้ไปอยู่บนหน้าผาสูงและห้ามไม่ให้ไปไหนจนกว่าเขาจะกลับมา ทั้งนี้เพื่อให้ปลอดภัยจาก บันยิบ วิญญาณที่ทรงอำนาจซึ่งอาศัยอยู่ในหุบเขาลึกเบื้องล่าง
|
วันหนึ่งสาวน้อย มีนนี เกิดเอาหินไปเคาะที่หน้าผา เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินเคลื่อน ปลุกวิญญาณของบันยิบขึ้นมา และเมื่อบันยิบมองเห็นเด็กสาวทั้งสามเกาะกันอยู่บนหน้าผา จึงขึ้นไปหา ทยาวัน พ่อของเด็กสาวทราบเรื่อง แต่ไม่สามารถเดินทางไปช่วยลูกได้ทัน จึงเลือกวิธีเสกให้ลูกสาวกลายเป็นหินไปพลางๆก่อน บันยิบจึงหันมาเล่นงานพ่อแทน ทยาวันแปลงร่างเป็นสัตว์ต่างๆเพื่อไม่ให้บันยิบตามหาพบ ท้ายสุดเขาแปลงร่างเป็นนกไลเออเบิร์ด โดยใช้กระดูกวิเศษที่มีอยู่ แต่ในขณะที่มือของทยาวันกลับกลายเป็นปีกนกนั่นเอง กระดูกวิเศษได้หลุดลอยออกจากมือของเขาไป
|
บันยิบเลิกตามหาทยาวันและกลับไปยังที่พักของมันตามเดิม แต่อนิจจา ทยาวันยังคงเป็นนกไลเออเบิร์ดที่บินวนเวียนอยู่ในหุบเขาอยู่นั่นเอง และลูกสาวทั้งสามก็ยังคงเป็นหินอยู่ตามเดิม จนกว่าทยาวันจะหากระดูกวิเศษพบและแปลงร่างกลับกลายมาเป็นคน จึงจะคลายมนต์ให้ลูกสาวทั้งสามกลับกลายมาเป็นมนุษย์เช่นเดิมได้
|
| |

|
| |
พิธิภัณฑ์สัตว์น้ำ Sydney Aquarium
|
| |
|
เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ถ้าเราเข้าไปแล้วเราเสมือนเข้าอยู่บนโลกใต้ท้องทะเล เพราะข้างในนี้จะมีปลามากมายหลายชนิดที่สวยงาม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราเห็น โดยที่นี่จะมีจุดที่น่าสนใจ คือ แนวปะการังคอมเพล็กซ์ที่จำลองมาจากเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) จะเป็นการจำลองโลกใต้ท้องทะเลและเราจะเห็นแนวปะการังและเราสามารถลองสัมผัสปลาดาว และปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ โดยที่นี่ (Sydney Aquarium) จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาร์เบอร์ไซด์ เฟสติวัลมาร์เก็ตเพลส ถ้าใครสนใจโลกใต้ท้องทะเลมาชมกันได้ทุกเมื่อเพราะที่นี่จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.30 21.30 น.
|
| |
Bondi Beach
|
| |
|
เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดด และพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน
|
| |
สวนสัตว์ KOALA PARK SANCTUARY
|
| |
|
เราจะนำท่านเดินทางสู่สวนสัตว์พื้นเมือง KOALA PARK SANCTUARY เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ หมีโคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ฯลฯ โดยที่นี่สัตว์ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเจ้าหมีโคอาล่าดูจากรูปข้างล่างมันคงเหนื่อยจากการโชว์ตัวเลยขอหลับหน่อย ขนาดมันหลับยังน่ารักขนาดนี้นะเนี้ย ถ้าทุกท่านเข้ามาที่นี่โปรดมาชมความน่ารักของมันด้วยนะ และที่นี่ยังมีการโชว์พิเศษ คือ การตัดขนแกะ ซึ่งการโชว์นี้จะเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างพวกเรา
|
| |
Hyde Park
|
| |
|
พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่สำหรับรองรับกิจกรรม นันทนาการหลากหลายประเภท พาร์คแห่งนี้เกิดจากดำริของผู้ว่าการรัฐ ท่านGovernor Phillip เพื่อให้เป็นสถานที่ชาวเมืองสามารถออกมาพักผ่อน ชมการแข่งคริกเก็ต (Cricket) การแข่งขันม้าแข่งในสนามแข่งยาว 2 กิโลเมตร และการแสดงอื่นๆที่มีขึ้นที่นี่ เคยใช้เป็นสถานที่ออกกำลังของกองทัพออสเตรเลียในสมัยหนึ่ง
|
| |
Featherdale Wildlife Park
|
| |
|
ที่นี่เป็นสวนสัตว์อีกที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ความสนใจไม่แพ้ สวนสัตว์ KOALA PARK เพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากกว่าสวนสัตว์ KOALA PARK และที่นี่เราสามารถดูการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าได้ และที่นี่ยังมีของที่ระลึกที่สวยงามมันอาจเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในอนาคตได้ (คำเตือน เวลาไปเที่ยวอย่าเอาถุงพลาสติกทิ้งลงพื้นนะเดี๋ยวสัตว์มันจะเข้าใจผิดและกินขึ้นมาและมันจะเป็นอันตรายกับมันด้วย) |
| |
Jenolan Caves
|
| |
|
เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยจะมีไกด์ท้องถิ่นคอยบรรยายประวัติความเป็นมาของถ้ำ ซึ่งภายในภูเขาลูกใหญ่ที่มีชื่อว่า Jenolan Caves มีถ้ำเล็กถ้ำใหญ่อยู่หลายถ้ำ ภายในไม่มีกลิ่นอับเลย อาจจะเป็นเพราะเพดานของแต่ละถ้ำค่อนข้างสูง โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี เดินกันเข้าไปกลุ่มละ 60 คนได้ ไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนทางเดินที่ทำไว้ ก็ช่วยให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยเดินไปได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปสะดุดก้อนหินตามพื้นถ้ำ ตรงไหนที่มีน้ำหยดก็มีราวเหล็กให้ยึดเกาะ อาคารที่ทำการของอุทยานจะมีบริการข้อมูลการเที่ยวถ้ำ และมีที่พักให้เลือกหลายแบบทั้งกระท่อมแบบ Log Cabin ที่ตั้งแค้มป์ และโรงแรมมีดาว ร้านอาหาร
|
| |
Museum of Contemporary Art (พิธิภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย)
|
| |
|
ที่นี่มีศิลปะร่วมสมัยหลาย ๆ รุ่นที่น่าสนใจแสดงอยู่จำนวนมาก โดยจะมีผลงานระดับโลกหลายชนิดโดยถ้าคุณคนหนึ่งเป็นคนชอบศิลปะต้องมาชมให้ได้ และที่นี่ยังมีร้านกาแฟที่แสนอร่อยอยู่บนเทอเรซ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ถ้าคุณมีเวลาคุณสามารถจิบกาแฟไปพรางชมวิวไปพรางได้ โดยที่นี่จะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ Visitors Information ในย่าน The rocks
|
| |
Hunter Valley
|
| |
|
ใครที่ชืนชอบทานไวน์ควรมาที่ ฮันเตอร์ วัลเลย์ (Hunter Valley) เพราะที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์องุ่น เกรด A ของโลก พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ Pokolbin และ Cessnock ควรมาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม เพราะเป็นฤดูเก็บองุ่นโดยที่นี่จะห่างจากซิดนีย์มาทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถซื้อกับไปกินที่บ้านได้เพราะไวน์ที่นี่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
|
| |
Sydney Olympic Park
|
| |
|
เป็นสนามที่ซิดนีย์ได้เป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 2000 โดยสนามแห่งนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ออกไปราวครึ่งชั่วโมง และสนามแห่งนี้จะมีเนื้อที่ 425 เฮกเตอร์ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ถึงจะหมดเทศกาลโอลิมปิกไปแต่ก็ได้รับความนิยมมากเพราะถือเป็นประวัติศาสตร์ที่มีการแข่งขันโอลิมปิก
|
| |
Fox Studios
|
| |
|
เป็นโรงถ่ายภาพยนต์ได้เปิดให้คนที่สนใจเบื้องหลังให้เข้าชมการถ่ายทำภาพยนต์ ภาพยนต์บางเรื่องก็ได้ให้ผู้ที่เข้าชมมีส่วนรวมเสมือนอยู่ในฉากนั้น ๆ อีกด้วย เช่นเรื่องซิมป์สัน เป็นต้น
|
| |
ห้างเดวิดโจนส์ Queen Victoria Building
|
| |
|
ถ้าอยากได้ของที่ระลึกสวยๆเราแนะนำมาที่ตึก Queen Victoria Building (QVB) เป็นห้างสรรพสินค้าระดับหรู และได้รับความนิยมมากจากนักท่องเที่ยว ที่ไปเยือนในซิดนีย์ ที่ QVB มีของให้คุณเลือกซื้อมากมายเช่น ผลิตภัณฑ์ ของพื้นเมือง เสื้อผ้านแบรนด์เนม ครีมทาผิวผลิตจากไขมันแกะ และของที่ระลึกต่าง ๆ
|
| |
แหล่งshopping
|
| |
ซิดนี่ย์เป็นแหล่งซื้อของหลากหลาย ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และตลาด สำหรับความต้องการและความชอบของท่าน ร้านค้าแหล่งช็อปปิ้งจะเปิดเป็นเวลา ดังนี้
|
วันจันทร์ เสาร์ 9.00 17.30 น.
วันพฤหัสบดี 9.00 21.00 น.
วันอาทิตย์ 10.00 16.00 น. |
| |
แหล่งช็อปปิ้งในเมืองซิดนีย์ |
| |
Galleries Victoria
|
| |
|
เป็นบูติกดีพาร์ตเมนต์สโตร์ที่มีลานอเนกประสงค์ อยู่ตรงกลาง ร้านค้าขายสินค้าหรูหราทันสมัยมีร้านหนังสือ Kinokuniya ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
|
| |
Strand Arcade
|
| |
|
ศูนย์การค้านี้ให้บรรยากาศของความหรูหรา เดินช้อปแถวนี้แล้วจะรู้สึกเหมือนชมการแสดง แฟชั่นของดีไซเนอร์ชาวออสซี่เพราะเป็นศูนย์รวมร้านเสื้อผ้าดีไซเนอร์ชาวออสซี่
|
| |
Habourside Shopping Center
|
| |
|
ฮาร์เบอร์ไซต์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์เป็นช้อปปิ้งริมน้ำ ที่ดาร์ลิงฮาร์ลิงฮาร์เบอร์ แถวนี้มีทั้งร้านค้าร้านอาหารเรียงรายอยู่เต็มไปหมดและเป็นศูนย์รวมสินค้า ประเภทผลงานศิลปะของชาวอะบอริจินส์
|
| |
No.1 Maritn Place
|
| |
|
อาคารศูนย์การค้าเป็นอาคารเก่าแก่จุดเด่นของตึกนี้คือ หอนาฬิกา ภายในศูนย์การค้าเต็มไปด้วยร้านค้าที่หรูหรา ภัตตาคาร ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม
|
| |
Chinatown
|
| |
|
ไชน่าทาวน์เป็นแหล่งรวมร้านอาหารจีนและอาหารเอเชียนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีร้านขายเสื้อผ้า ตลาดสด และร้านขายของที่ระลึกต่าง
|
| |
The Queen Vivtoria Building
|
| |
|
| |
| |
Skygarden
|
| |
|
| |
| |
David Jones Department Store
|
| |
|
| |
| |
Grace Bros. Department Store
|
| |
|
| |
| |
Centrepoint
|
| |
|
| |
| |
MLC Centre
|
| |
|
| |
| |
Pitt Street Mall
|
| |
|
| |
| |
Paddy's Market
|
| |
|
| |
| |
The Rocks Market
|
| |
|
| |
| |
Paddington Market
|
| |
|
| |
| |
Glebe Market
|
| |
|
| |
| |
Bondi Market
|
| |
|
| |
| |
Balmain Market
|
| |
|
| |
| |
Opera House Market
|
| |
|
| |
| |
Bondi Junction Market
|
| |
|
| |
สถานที่ท่องเที่ยวใน Brisbane
|
| |
Queen Street Mall
ถือได้ว่าเป็นใจกลางเมือง เป็นพื้นที่เปิดโล่งสาธารณะที่มีชีวิตชีวา และเป็นที่ที่มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมโบราณและร่วมสมัยอยู่ที่เดียวกัน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริสเบน แหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของออสเตรเลีย ความยาวของถนนควีนสตรีทขนาดครึ่งกิโลเมตร ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 26 ล้านคนต่อปี และยังเพิ่มห้างแห่งใหม่ Queens Plaza มีสินค้า
แบรนด์เนมหรูหราให้เลือกช็อปมากมาย
|
 |
| |
Queensland Cultural Centre
อยู่ติดกับสวนสาธารณะ South Bank Parklands ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอศิลป์ควีนส์แลนด์ หอศิลปะแห่งนี้ เป็นที่รวบรวมงานจิตกรรม และศิลปะของประเทศออสเตรเลีย ทั้งศิลปะของชาวอะบอริจิน ชาวยุโรป และชาวเอเชียที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นหอศิลปะที่งานแสดงที่มีชื่อเสียงติดอันดับของโลก มาใช้เป็นสถานที่จัดแสดงงานอยู่เสมอ
|
 |
| |
South Bank Parklands
เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และยังเป็นเหมือนโอเอซิส ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริสเบนด้วย เซาท์แบงค์มีชายหาดที่สร้างเลียนแบบหาดทรายริมทะเล มีทะเลสาบ สำหรับว่ายน้ำ แหล่งร้านอาหารนานาชนิด ร้าน
กาแฟ และร้านขายของบูติกต่างๆ |
 |
| |
Brisbane City Hall
ตั้งอยู่ตรงมุมถนน Adelaide กับถนน Albert ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมือง ศาลากลางแห่งนี้สร้างด้วยหินทราย จึงดูสง่างามแปลกตากว่าศาลากลางอื่นๆ โดยมีหอนาฬิกาสูงชะลูดขึ้นสู่ท้องฟ้า 85 เมตรอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวชมเมืองที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปตัวเองกับศาลากลางสักรูป ก็ถือว่ามาถึงบริสเบนแล้ว ด้านหน้าศาลากลางเป็นจัตุรัสเล็กๆ มีรูปปั้นของพระเจ้าจอร์จ อดีตกษัตริย์อังกฤษ งามสง่าอยู่บนหลังม้า จัตุรัสนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า King George Square
|
 |
| |
Fortitude Valley
แหล่งรวมสินค้าฮิปๆเก๋ๆ เปิดรอให้นักท่องเที่ยว มาช็อปตลอดทั้งเจ็ดวัน ทั้งยังเพลินกับการแสดงดนตรีสด สีสันความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม และบาร์น่านั่งมองดูผู้คนเดินผ่านไปมา |
 |
| |
Botanic Garden
สวนสาธารณะริมน้ำแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 110 ไร่ เย็นๆ ชาวบริสเบนนิยมมาวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเล่นสเก็ต กันที่นี่ บรรยากาศคล้ายกับสวนรถไฟบ้านเรา แต่ที่นี่จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่มากกว่า
|
 |
| |
Lone Pine Koala Sanctuary
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งที่มีดีกรีรับรองถึงความน่าสนใจจากกินเนสบุ๊ค เวิร์ด ออฟ เรคคอร์ด ว่าเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธ์หมีโคอาล่าแห่งแรกของโลกและยังใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
|
 |
| |
Riverlife Adventure Center
ออกพายเรือคายัคเที่ยวไปตามแม่น้ำบริสเบนหรือจะใช้บริการเรือยนต์ท้องแบนพาคุณไปชมวิวเมืองต่างๆตามแม่น้ำมีกิจกรรมปีนผาบริเวณแคงการู พอยท์ และสนุกกับการปั่นจักรยาน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมต่างๆที่อาคาร Riverlife Adventure ยังมีบริการนวดสปาต่างๆให้คุณเลือกไว้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากทำกิจกรรมต่างๆมาทั้งวัน
|
 |
| |
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่นิยมนั้น ได้แก่ Riverside Quarter, Caxton Street และที่ Fortitude Valley ส่วนคาสิโน The Treasury Casino ที่อยู่ในอาคารโบราณที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างสวยงามตระการตานั้น ตั้งอยู่ปลายบนของ Queen Street ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเวลากลางคืนที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง
|
ส่วนที่ที่มีโชว์ดนตรีดีๆ เด่นๆ เห็นจะเป็น Zoo (711 ถนน Ann) Arena (210 ถนน Brunswick) Gig (22 ถนน Market) และ Brisbane Underground (61 ถนน Petrie Terrace) ส่วนพวกแนวอัลเตอร์จะอยู่รวมๆ กันแถบ Fortitude Valley สำหรับแหล่งรวมพลของคนฟัง Jazz นั้นอยู่ที่ Jazz&Blues Bar (ติดกับ Transit Centre) และ Brisbane Jazz Club (1 ถนน Ann) ตรง Kangaroo Point
|
บริสเบนเป็นเหมือนประตูเปิดสู่ Sunshine State นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางในลักษณะ One Day Trip ไปยังแหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงที่น่าสนใจได้หลายแห่ง ใครชอบเมืองรีสอร์ทชายทะเลที่คึกคักและค่อนข้างพลุกพล่านก็ตรงไปที่ Gold Coast และ Sunshine Coast หรือใครอยากไปแสวงหาความสงบในป่าเขาอย่าง อุทยานแห่งชาติ Lamington บนเทือกเขา Great Dividing Range หรือ ชมธรรมชาติที่อ่าว Moreton และ เกาะ Stradbroke ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของโลมาปากขวด (Bottlenose Dolphin) นอกจากนี้ยังสามารถไปที่The Great Barrier Reef และ Fraser Island ที่ติดอันดับมรดกโลกได้อีกด้วย
|
| |
|
| |
เที่ยว Gold Coast เมืองใกล้เคียง
|
| |
Gold Coast อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนสแลนด์ มีอากาศอบอุ่นตลอดปี ถือเป็นเมืองแห่งชายหาดสีทองที่มีหาดทรายทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นดังสวรรค์ของนักโต้คลื่นแล้ว ยังเป็นเมืองตากอากาศชั้นเยี่ยม มีความโดดเด่นจนได้รับการยกย่องว่า เป็น ไมอามีแห่งออสเตรเลีย เลยทีเดียว
|
ตัวเมืองโกลด์โคส เจริญมาก มีตึกสูงๆ เต็มไปหมด มากกว่าตัวเมืองบริสเบนหลายเท่าเลย แต่เนื่องจากโกลด์โคสเป็นเมืองท่องเที่ยว ตึกรามส่วนใหญ่จึงเป็นคอนโด อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม มองจากฝั่งหาดเข้ามาที่ตัวเมือง ดูหรูหรามาก
|
โกลด์โคสไม่ใช่แคปปิตอลซิตี้ ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ก็ไม่ดีเหมือนบริสเบน เช่นไม่มีรถไฟ จะมีแต่รถบัส ที่เชื่อมกับรถไฟอีกที โกลด์โคสมีสนามบินของตัวเอง เป็นสนามบินอินเตอร์ขนาดเล็ก คือไม่ได้มีบินจากทั่วโลก เหมือนสนามบินตามเมืองหลวงของรัฐต่างๆ
|
ที่ Gold Coast มีสวนสนุกอยู่ 3 ที่คือ
-
Movie World
-
Dream World
-
Sea World
Movie World หรือก็คือ "โรงถ่ายภาพยนตร์วอร์เนอร์ บราเธอร์ส" (Warner Boros. Movie World) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ฮอลลีวู้ดแห่งโกลด์โคสท์ ตั้งอยู่บนถนนแปซิฟิกไฮเวย์ อ๊อกเซนฟอร์ด วิธีไปก็นั่งรถไฟสาย Gold Coast จากสถานี Central platform 1 ไปลงที่สถานี Helensvale ใช้เวลาประมาณ ชม. กว่า ๆ แล้วไปต่อรถบัสสาย A1(ออกจากสถานีเลี้ยวซ้าย) จะมีรถบัสจากสถานีไปที่ Movie World เรื่อย ๆ ค่าเข้า 60 $
|
 |
ที่มูฟวีเวิลด์แห่งนี้ มีทั้งโรงถ่ายภาพยนตร์ ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ต่างๆ เช่น หนังเรื่องดังยอดฮิตตลอดกาลอย่างเรื่องซุปเปอร์แมนและแบทแมน มีการจำลองสถานที่ถ่ายทำพร้อมตัวแสดงของฮอลลีวู้ดเช่น ถนนเมนสตรีท ตัวเกรมลินผจญภัย บ้านไอน์สไตล์ ร้านวอเนอร์บราเธอร์ ตลาดคาซาบลังกา ธนาคารบอนนี่แอนด์ไคล์ ร้านของเล่นกระต่ายบั๊กบันนี่ ร้านอเมริกันริคส์ ร้านกาแฟก๊อทแธมซิตี้ในภาพยนตร์เรื่องแบทแมน
|
  |
ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของมูฟวีเวิลด์ก็คือ เมื่อเข้าไปแล้วจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับดารานักแสดงจากภาพยนตร์และดาราการ์ตูนในขบวนพาเรด เช่น สกูปี้ดู บั๊กบันนี่ แบทแมน สาวน้อยมหัศจรรย์ พร้อมตัวการ์ตูนต่างๆอีกมากมายที่ครองใจผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลกทั่งเด็กทั้งผู้ใหญ่
|
นอกจากนี้ที่มูฟวีเวิลด์ยังมีการแสดงโชว์อันน่าระทึกอีกมากมายเช่น การแสดง Sound Effect ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปลองเล่นซาวด์เอฟเฟ็กต์ต่างๆกับเขาได้ด้วย อาทิ เสียงยิงปืน เสียงเคาะประตู เสียงเปิดหม้อข้าว เป็นต้น การแสดงสาธิตการถ่ายทำ เช่นว่าทำอย่างไรซุปเปอร์แมนถึงบินได้ สไปเดอร์แมนปีนตึก 30 ชั้นไปช่วยคนเดือดร้อนได้อย่างไร หรือการแสดงสตั๊นแมนท์โชว์จากภาพยนตร์เรื่องโปลิศจิตไม่ว่าง ล้วนแล้วแต่สนุกตื่นเต้นและน่าทึ่งเหมือนตัวเองได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฮอลลีวู้ดเลยจริงๆ
|
  |
ที่ต่อมา คือ Dream World ที่ถนนแปซิฟิกไฮเวย์ คูเมอราในโกลด์โคสต์ สถานที่แห่งความบันเทิงที่มีทั้งสวนน้ำ สวนสัตว์ และสวนสนุกรวมอยู่ด้วยกัน คุณสามารถใช้เวลาทั้งวันเพื่อเที่ยวในดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ สำหรับเครื่องเล่นที่น่าสนใจในดรีมเวิลด์ก็มี อย่างเช่น Giant Drop ที่ได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสบุ๊คว่าเป็นเครื่องเล่นที่มีความสูงที่สุดและเร็วที่สุดในโลก Flowrider ที่มีลักษณะไม่ต่างจากวินด์เซิร์ฟเท่าไหร่ ส่วนวิธีการเล่นก็แค่ยืนทรงตัวอยู่บนแผ่นวินด์เซิร์ฟ
|
  |
นอกจากนี้ยังมีสัตว์น่ารักๆในสวนสัตว์ เช่น จิงโจ้ สัญลักษณ์ของออสเตรเลีย หมีโคอาล่า ที่นอนราวๆ 20 ชั่วโมงและตื่นอีก 4 ชั่วโมงเพื่อมากินใบยูคาลิปตัส และยังมีสัตว์อีกหลายหลายชนิดให้ได้ชม เช่น ดิงโก้ พอสซั่ม วอมแบท เป็นต้น
|
 |
สำหรับสถานที่สุดท้ายที่จะไปเยือน ก็คือ"ซีเวิลด์" (Sea World) สวนน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ ที่มากไปด้วยความน่ารักของสัตว์น้ำหลายๆชนิดให้ได้เพลิดเพลิน เช่น โชว์โลมา ที่สุดแสนจะน่ารักน่าเอ็นดูและยังมีความน่ารักน่าชังของสิงโตทะเล แมวน้ำ หมี ปลาฉลามอีกด้วย วิธีไปก็นั่งรถไฟสาย Gold Coast จากสถานี Central platform 1 ไปลงที่สถานี Helensvale ใช้เวลาประมาณ ชม. กว่า ๆ แล้วไปต่อรถบัส(route19) อีกประมาณครึ่งชม. รถบัสที่จะต่อจากสถานีรถไฟมีแค่ 2 เที่ยว คือ 09:03 และ 10:03 am ตั๋วค่าเข้า 60$ จะซื้อที่สถานีรถไฟ หรือบนรถบัสเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องต่อแถวซื้อตั๋วข้างหน้า
|
  |
ส่วนกิจกรรมอื่น ก็คือ การผจญภัยล่องแก่งค้นหาขุมทรัพย์ อินเดียนน่าโจนส์ และชมการแสดงผาดโผนของเหล่านักสกีน้ำอันเลื่องชื่อของซีเวิลด์ ซึ่งเป็นการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจ และหวาดเสียวยิ่งนัก
|
  |
| |
สถานที่ท่องเที่ยวใน Melbourne
|
| |
|
Flinders Street Station เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่และเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมลเบิร์น ตั้งอยู่บริเวณ Flinders Street ซึ่งคล้ายๆกับสถานีรถไฟหัวลำโพงในบ้านเรา
|
|
Federation Square ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเมลเบิร์น อยู่ตรงข้ามกับ Flinders Station Street ที่นี่จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ตรงบริเวณสี่แยก และยังมีลานกว้างไว้เป็นจุดนัดพบของบรรดาทัวร์ต่างๆ ด้วย
|
|
Yarra River เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านตัวเมืองเมลเบิร์น สะพานข้ามแม่น้ำตรงนี้มีชื่อว่า Princes Bridge ถนนที่เชื่อมต่อกับถนน Swanston Street เพื่อข้ามแม่น้ำ Yarra River นี้คือถนน St. Kilda Road หากข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ สังเกตด้านขวามือก็จะเห็น Melbourne Concert Hall ตั้งอยู่ริมสะพาน ถัดไปก็จะเป็น Victorian Arts Centre และถัดไปอีกก็จะเป็น National Gallery of Victoria ส่วนด้านซ้ายมือก็จะเป็นสวนสาธารณะที่ชื่อว่า Alexandra Gardens และ Queen Victoria Gardens ที่ร่มรื่น
|
|
Parliament House คืออาคารรัฐสภาของรัฐวิกตอเรียซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมลเบิร์น และยังเป็นอาคารรัฐสภาแห่งแรกของออสเตรเลีย ตั้งอยู่ริมถนน Spring Street ซึ่งด้านหน้าของอาคารรัฐสภานี้คือปลายสุดของถนน Bourke Street
|
|
Fitzroy Gardens สวนสาธารณะขนาดใหญ่ อยู่บริเวณ Lansdowner Street อุดมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นและดอกไม้นานาพันธุ์ที่จะออกดอกสวยสะพรั่งตามฤดูกาลของมัน ที่สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมในการถ่ายรูปอีกด้วย เพราะบรรยากาศธรรมชาติแสนสวย
|
|
Cook's Cottage กระท่อมของ Cook Captain อยู่บริเวณ Fitzroy Gardens เป็นนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมาจาก Yorkshire ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ.1934 มาสร้างใหม่ให้เหมือนของเดิมบริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้ ในการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี
|
|
ST Patrick's Cathedral ที่เพียงแค่เห็นด้านนอกโบสถ์นี้ก็ดูสวยงามตระหง่านมากแล้ว ยิ่งเข้าไปด้านในก็ให้ความรู้สึกถึงความสวย และโอ่อ่าเป็นอย่างมาก โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคใน ค.ศ.1858 จนถึงตอนนี้มีอายุเกือบ 150 ปีแล้ว ถือเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่อย่างมากของเมลเบิร์น
|
|
Melbourne Museum ที่รวบรวมวิวัฒนาการต่างๆไว้ ในอาคารสูง 6 ชั้น ทางด้านตะวันออกของตัวอาคารเป็นที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมของสังคมชาวออสเตรเลีย ส่วนด้านตะวันตกจะเป็นผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อมและพัฒนาการของมนุษย์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ป่าไม้จำลองซึ่งประกอบด้วยพันธุ์ไม้กว่า 8,000 ชนิด ในรัฐวิคตอเรีย การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองของรัฐวิคตอเรีย คือ เผ่า Bunjilaka แสดงในบริเวณ ของอะบอริจิ้น เซ็นเตอร์และจะคอยให้คำ บรรยายโดยชนพื้นเมืองอย่างแท้จริง หรือที่มุมเด็ก เด็กๆจะได้เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นมากมายและสีสันของบ้านต่าง ๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา และที่น่าสนุกอีกอย่าง หนึ่งก็คือ ผู้เข้าชมสามารถชมการต่อสู้ระหว่างร่างกายมนุษย์กับแบคทีเรีย Spaceinvaders ได้ที่โรงภาพยนตร์ ICE (Immersion Cinema Experience ) ซึ่งใช้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง Vital Space เป็นครั้งแรก
|
|
Queen Victoria Market ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และเก่าแก่ของเมืองเมลเบิร์น สินค้าที่นี้มีคุณภาพและมีหลากหลายให้เลือกชอป เท่าที่สังเกตดูพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดจะขายพวกของสดทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล พื้นที่ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านขายของพวกเสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านขายอาหารและอีกมากมาย ความหลากหลายของสินค้าทำให้ตลาดวิคตอเรียมีความคึกคักอยู่ทุกวัน
|
|
Southbank บริเวณริมแม่น้ำยาร์รา บริเวณนี้ถือเป็นย่านทันสมัยของเมือง มี Crown Entertainment Complex ซึ่งเป็นที่ตั้งของคาสิโน โรงแรม โรงภาพยนต์ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าปลอดภาษี
|
|
Victorian Arts Centre อาคารที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายหอไอเฟลคือมียอดแหลมสูง เป็นศูนย์รวมของการแสดงศิลปะทุกแขนงจากทั่วโลกเช่น ละครเวที บัลเล่ต์ คอนเสิร์ต ซึ่งมักมาเปิดการแสดงที่นี่บ่อยๆ ไม่เพียงแค่การแสดงชั้นเยี่ยมเท่านั้น แต่ภายในอาคารยังตกแต่งด้วยงานศิลปะของศิลปินชาวออสซี่อีกมากมาย ผู้ที่สนใจศิลปะอย่างแท้จริง ต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด และตอนกลางคืนที่แห่งนี้จะเปิดไฟสวยงามมาก ถือเป็นอีกหนึ่งวิวยามค่ำคืนที่หลายคนชื่นชอบ
|
|
Melbourne Aquarium ภายในอุโมงค์โค้งแก้วใส ชมที่รวมของสัตว์น้ำนานาชนิดต่างๆ เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบนที่ว่ายวนอยู่รอบตัวเรา รวมถึง Seadragon ซึ่งสามารถหาชมได้เฉพาะที่ออสเตรเลียเท่านั้น
|
|
Shrine of Remembrance สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารชาวออสเตรเลียที่สละชีพเพื่อชาติในสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามมลายู สงครามเวียดนาม และสงครามอื่นๆ ตัวอนุสรณ์สถานสร้างขึ้นในปี1928 ตามแบบมอโซเลียมแห่งฮาลิคาร์นาซุส ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณ
|
|
Royal Botanic Gardens Melbourne เป็นสวนสาธารณะที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง มีพันธุ์ไม้นานาชนิดทีน่าสนใจ เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบริเวณใจกลางเมือง
|
|
Warrook Castle Farm มีการสาธิตใช้สุนัขพันธุ์ Collie ในการต้อนแกะเข้าเล้าและการตัดขนแกะในฟาร์ม
|
|
Phillip Island เป็นสถานที่ที่คุณสามารถชมนกเพนกวิน นอกจากนี้ยังมีฝูงแมวน้ำที่มีขนยาวและนุ่มที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้ที่ Seal Rocks อีกด้วย
|
|
The Great Ocean Road ถนนชมวิวชายฝั่งสุดลูกหูลูกตา ที่เป็นที่นิยมของผู้ที่มา เมลเบิร์น ตลอดเส้นทางจะได้พบกับ 12 Apostles โขดหินที่เรียงกันตามธรรมชาติ
|
|
Port Campbell National Park อุทยานหินมหัศจรรย์ ที่มีรูปร่างหินต่างๆ เช่น Lord Ard Gorge และ London Bridge
|
|
Saint Kilda สถานที่ท่องเที่ยวที่ติดทะเล สามารถนั่งรถรางไปซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที ก็ถึง ที่ St. Kilda ทะเลอาจะไม่สวยสู้เมืองไทยได้ แต่ก็ยังมีวิวสวยๆ ให้เห็น มีแบ็คกราวด์เป็นตึกสูงใจกลางเมือง Melbourne ที่ทะเลสาบของสวน Albert Park หงส์ดำปากแดงเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ พวกมันจะเข้ามาหาทันทีที่เราเดินเข้าไปใกล้ นอกจากนี้ยังมีสวนสนุก Luna Park และโรงละครเก่าแก่ The Palais Theather ที่ St. Kilda Luna Park เป็นสวนสนุกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นต่างๆ สามารถเข้าไปข้างในได้ฟรี แต่ถ้าจะเล่นเครื่องเล่น ก็ต้องเสียค่าตั๋วเล่นแต่ละชิ้นไป ส่วนโรงละคร The Palais ภายในเค้าจะตกแต่งด้วยสิ่งของที่ดูโบราณเก่าแก่
|
|
Ballarat เมืองซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมลเบิร์นประมาณ 110 กม. จุดที่น่าสนใจและดึงดุดนักท่องเที่ยวมาที่นี่ก็คือ Sovereign Hill เป็นเมืองจำลองที่พาเราย้อนยุคกลับไปสมัยยุคตื่นทองของคนจีนที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ ตั๋วเข้าสถานที่สามารถใช้เข้ามาชมได้สองครั้งภายใน 1 ปีเค้าจะมีโชว์ต่างๆ ตลอดทั้งวัน ตามตารางเวลา อย่างโชว์การหล่อทอง การสาธิตทำลูกอมที่นี่เค้ามีสัญญากับโรงเรียนในเมือง ให้จัดให้มีกลุ่มเด็กนักเรียนมาเรียนหนังสือกันที่นี่ โดยต้องแต่งชุดนักเรียนสมัยก่อน และมีการเรียนการสอนจริงในห้องเรียนที่นี่ เหมือนให้เด็กๆมาเรียนนอกสถานที่กันบางวิชา ไฮไลท์ของที่นี่คือ จุดที่ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองการร่อนทอง โดยการใช้จอบตักทรายในน้ำที่ไหล ลงบนกะทะแบน จากนั้นเขย่ากะทะ แล้วพยายามเอาก้อนหินและทรายออก ปรกติทองจะมีน้ำหนักมากกว่า ก็จะอยู่นอนก้นกะทะ ต้องสังเกตที่ก้นกะทะเพราะทอจะเป็นเศษชิ้นเล็กๆ
|
| |
แหล่งshopping
|
| |
เมือง Melbourne ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ของประเทศ มีศูนย์การค้าที่บรรจุสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ ร้านสินจำหน่ายสินค้าแปลกตาและของหายาก รวมทั้งตลาดนัดที่มีของให้เลือกมากมาย
ร้านค้าส่วนใหญ่ จะเปิดเป็นเวลา
Saturday to Wednesday: 10.00am - 5.00pm
Thursday: 10.00am - 7.00pm
Friday: 10.00am - 9.00pm
-
Queen Victoria Market อยู่บริเวณ Queen & Therry Streets and Peel Street
-
Chinatown อยู่บริเวณ Bourke Street
-
Collins Street ถนนเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
-
Bridge Street เป็น แหล่ง Shopping เสื้อผ้า
-
South Yarra เสื้อผ้าของดีไซเนอร์รุ่นใหม่
-
Springvale
-
Brunswick Street ที่เขต Fitzroy
-
Richmond จำหน่ายเสื้อผ้าราคาถูกจากโรงงาน
-
Bourke Street Mall และ Swanston Walk จะมีร้านขายของทุกชนิด ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก ห้างเดวิดโจนส์และไมเยอร์
|
| |
สถานที่ท่องเที่ยวใน Perth
|
| |
เพิร์ธเป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ แกลอรี่และภัตตาคาร ทางตอนใต้ มีเมืองชายหาดหลายเมือง การเพาะปลูกและไร่องุ่นทางตอนเหนือและทางตะวันออก มีสถานที่ที่น่าสนใจหลายประเภทในเพิร์ธ เช่น
|
| |
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรม |
| |
|
Monkey Mia
ว่ายน้ำกับฝูงปลาโลมาที่ Monkey Mia
|
| |
 |
Mammoth Cave
ชมกระดูกจิงโจ้ยักษ์ดึกดำบรรพ์ และตัววอมแบ็ต ที่ Mammoth Cave
|
| |
 |
Berndt Museum of Anthropology
Berndt Museum of Anthropology หรือ พิพิธภัณฑ์มนุษย์วิทยา Berndt ซึ่งตั้งอยู่ที่ University of Western Australia เป็นที่เก็บรวบรวมงานศิลป์ชั้นยอดที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย ที่มีทั้งงานศิลป์และสิ่งประดิษฐ์ของชาวอะบอริจิ้นทั้งในยุคอดีตและปัจจุบัน
|
| |
 |
Caversham Wildlife Park
สวนสัตว์ Caversham Wildlife Park (Swan Valley)
|
| |
 |
Kings Park
สวนสาธารณะ Kings Park ที่อยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าตัวเมือง ทำให้มองเห็นวิวรอบเมือง Perth ที่สวยงามได้ |
| |
 |
Lake Monger
Lake Monger เป็นที่ที่คุณสามารถมาถ่ายรูปกับ Black Swan ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Perthได้
|
| |
 |
Swan Bell Tower
Swan Bell Tower เป็นที่รวมระฆังต่างๆไว้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Swan River ค่าเข้าชมนั้นก็จะอยู่ที่ 6 AUD และสำหรับ Concession(คนพิการ) จะอยู่ที่ 4 AUD และทุกวันอังคารแรกของทุกเดือนจะเปิดให้เข้าชมฟรี
วิธีการเดินทางที่ง่ายและเสียเงินน้อยที่สุดก็คือนั่งรถ Blue CAT มาลงยังสถานี Barrack Street ซึ่งจากบริเวณ Swan Bell Tower นี้คุณสามารถนั่งเรือ Ferry ไปยังฝั่ง South Perth โดยเสียค่าบริการ 1.3 AUD ต่อเที่ยว จากนั้นเดินไปอีกหน่อยก็จะเจอสวนสัตว์ Perth Zoo อยู่ หรือจะนั่งเรือ Ferry ไปยัง Fremantle ซึ่งเป็นเมืองที่ถัดจากใจกลาง Perth ไปทางปากอ่าวโดยจะมีเรือ Ferry หลายรายให้บริการอยู่ ซึ่งค่าโดยสารถูกสุดก็อยู่ที่ 11 AUD ต่อเที่ยวและ ใช้เวลา 45 นาที เมื่อถึงท่าเรือ ก็จะมีรถ Tramp สีแดงเข้าตัวเมืองให้บริการอยู่ ซึ่งระหว่างทางนั้น เจ้าหน้าที่บังคับเรือจะคอยอธิบายถึงสถานที่ต่างๆที่เรือผ่านไป
|
| |
 |
Freemantle
Freemantle เป็นเมืองท่าเรือใหญ่ ที่มีสีสัน มีตลาด ร้านขายของเยอะแยะ ร้านกาแฟอร่อย ๆ อุดมด้วยร้านไอศครีมอิตาเลียน แถมมีร้าน Fish & Chip มากมาย ให้คุณได้เอร็ดอร่อย มองเห็นวิวทะเลอันสวยงาม และหาดที่สวยสุดๆ ที่ชื่อว่า cotteslow
|
| |
 |
Burswood Casino
Burswood Casino เป็นที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะว่ามีแห่งเดียวใน WA
|
| |
 |
Tumbulgum Farm
Tumbulgum Farm ฟาร์มเลี้ยงแกะ มีโชว์ให้ดูด้วย ควรเช็คตารางก่อนไป เพราะมีโชว์แค่วันละ 2 รอบ
|
| |
 |
Margaret River
มาร์กาเร็ต ริเวอร์ (Margaret River) ชิมไวน์ Sauvignon Blanc ผลผลิตท้องถิ่นในเขตไวน์ที่โด่งดังแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งร้านอาหารชั้นเลิศและไร่องุ่นที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับการเล่นกระดานโต้คลื่นที่ดีที่สุด ในออสเตรเลีย และถ้ำตามแถบชายฝั่งทะเลด้วย
|
| |
 |
Valley of the Giants
แวลลี่ ออฟ เดอะ ไจแอนท์ส (Valley of the Giants) ขึ้นไปสู่จุดสูงเหนือพื้น ดินพร้อมกับความตื่นเต้นบนสะพานระดับยอดไม้ (Tree Top Walk) ในพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ที่เหล่าต้น Tingle ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริเวณนี้ มีอายุยืนถึง 400 ปี และสามารถเติบโตได้สูงถึง 60 เมตร
|
| |
 |
Ningaloo Marine Park
อุทยานทางทะเลนินกาลู (Ningaloo Marine Park) ว่ายน้ำไปกับเหล่า ปลาฉลามวาฬที่ทรงพลัง หรือลอยตัวอยู่เหนือแนวปะการังอันสวยงามและปลาหลากหลายในอุทยานทางทะเลอันน่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ ซึ่งน่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าที่สุดของรัฐ
|
| |
 |
The Kimberley
เดอะ คิมเบอร์ลี่ (The Kimberley) สำรวจภูมิประเทศเก่าแก่และสวยงามที่เป็น หนึ่งในเขตแดนการผจญภัยอันยิ่งใหญ่แห่งสุดท้ายของออสเตรเลียแห่งหนึ่งได้ที่นี่ ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยมีจุดเด่นด้วยแม่น้ำหลายสาย น้ำตกขนาดใหญ่ หุบเหวลึก และเหล่าต้น Boab ที่มีลำต้นโป่งบวม
|
| |
 |
The Southern Outback
เดอะ เซาท์เธิร์น เอ๊าท์แบค (The Southern Outback) สำรวจประวัติเหมือง ขุดทอง เมืองร้าง สัตว์ป่าและภูมิประเทศที่ห่างไกล แห้งแล้งในพื้นที่ทางเหนือและทางตะวันออกของเมืองคัลกูร์ลีบัลเดอร์ (Kalgoorlie-Boulder) แถบ Outback ของออสเตรเลียที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมดู
|
| |
|
Broome
เมืองบรูม (Broome) ชมพระอาทิตย์ตก ดินที่แดงจ้าและร้อนแรงในขณะที่การขี่อูฐของคุณสิ้นสุดลงตามแนวผืนทรายสีขาวที่หาดเคเบิ้ล (Cable Beach) ซึ่งเป็นหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย
|
| |
แหล่งshopping
|
| |
 |
London Court
London Court เป็นเหมือนถนนที่เคยเป็นที่ตั้งของ London Court แต่ปัจจุบันกลายเป็นถนนสั้นๆที่มีร้านขายของที่ระลึกต่างๆและมีร้านที่เปิดขายมานานมากแล้วอยู่หลายร้านเลย ตั้งอยู่บริเวณถนน St Georges Terrace วิธีมาก็นั่งรถ Blue CAT มาลงที่สถานี London Court ซึ่งลงแล้วก็เดินไปอีกหน่อยก็จะถึงและเมื่อเดินทะลุ London Court ไปก็จะเป็น Murray Street Mall
|
 |
Murray Street Mall
Murray Street Mall เป็นแหล่งรวมห้างร้าน ร้านค้าต่างๆ เรียกว่าเป็นย่านนัดพบของผู้คนมากมายหลายหลาก เปรียบได้กับประมาณ Siam บ้านเรา
|
 |
Oxford Street เขต Leederville |
 |
Wellington Street, West Perth |
 |
Habour Town Brand Direct Outlet Shopping |
 |
Pavillion Markets, Subiaco |
 |
Myers, Galleria and David Jones, South Perth |
 |
Shed Markets, Fremantle สถานที่ขายของราคาโรงงานเปิดเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น |
| |
|
| |