| |
| |
การคมนาคมขนส่ง
|
| |
บริสเบนมีเครือข่ายระบบการขนส่งสาธารณะคุณภาพระดับโลก สามารถสอบถามเส้นทางและการเชื่อมต่อของรถเมล์โดยสาร รถไฟ และเรือข้ามฟากได้จากบริการข้อมูล Trans-Info Service ที่หมายเลขโทรศัพท์ 13 12 30 หรือแวะชมที่เว็บไซต์ www.transinfo.qld.gov.au
|
| |
สนามบิน |
บริสเบนมีทั้งสนามบินภายใน และระหว่างประเทศ จากสนามบินใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองเพียง 20 นาทีเท่านั้น โดยนั่งรถบัสที่มีออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง
|
| |
เรือ |
เรือ CityCat สีฟ้าของเมืองบริสเบน ออกวิ่งทุกๆ 20 ถึง 30 นาที ระหว่างเวลา 5.50 ถึง 23.20 น. ไม่เว้นวันอาทิตย์และ public holiday โดยวิ่งไปและกลับจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปสิ้นสุดที่ท่าเรือ Bretts Wharf ทางตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ยังมีเรือข้ามฟาก Cross River Ferry ที่วิ่งซิกแซ็กข้ามแม่น้ำไปและกลับระหว่างท่าเรือ North Quay ที่อยู่ใกล้กับสะพาน Victoria Bridge กับสวนสาธารณะ Mowbray Park มีราคาค่อนข้างแพง เพราะระยะทางข้ามฟากแค่ประมาณ 200 เมตร ค่าโดยสาร $ 1.80 หรือ 1 zone |
| |
รถเมล์โดยสาร |
The Loop เป็นบริการรถเมล์ฟรีที่วิ่งรอบบริเวณตัวเมือง ซึ่งออกทุกๆ 10 นาทีในวันธรรมดาระหว่าง 7.00 ถึง 18.00 น. ส่วนรถเมล์ที่คิดค่าโดยสารสายอื่นๆ จะออกวิ่งทุกๆ 10 ถึง 20 นาทีในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 5.00 ถึงเที่ยงคืน ในวันเสาร์ เริ่มวิ่ง 6.00 น. ถึงประมาณเที่ยงคืน และในวันอาทิตย์รถจะออกวิ่งด้วยความถี่น้อยกว่าในช่วงวันอื่นๆ และจะหยุดวิ่งเวลา 19.00 น
|
| |
รถไฟ |
เครือข่ายรถไฟด่วน Citytrain มี 7 สาย โดยจะวิ่งไปไกลถึง Gympie North ทางทิศเหนือ (ชายฝั่งซันไชน์โคสท์) และวิ่งไป Nerang และ Robina ทางทิศใต้ (ชายฝั่งโกลด์โคสท์) รถไฟทุกสายวิ่งผ่านสถานี Roma Street สถานี Central และ สถานี Brunswick Street
|
| |
การขี่รถจักรยาน |
ภายในตัวเมืองบริสเบน มีระบบทางจักรยานที่ครอบคลุมทั่วพื้นที่ การเดินทางด้วยจักรยานเป็นทางเลือกที่มีความสนุก และประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากจะปั่นไปเรียนหรือทำงาน ก็ยังสามารถปั่นเที่ยวตามทางเลียบแม่น้ำบริสเบนหรือตามเส้นทางอื่นๆได้อีกด้วย
|
| |
เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักจะเดินทางโดยรถเมล์ เรือหรือรถไฟ จึงนำประสบการณ์และรายละเอียดการเดินทางแต่ละประเภท มาเล่าสู่กันฟัง
|
| |
การเดินทางโดยรถเมล์
|
| |
บริการรถเมล์โดยสารที่ให้บริการในตัวเมืองบริสเบน มี 3 บริษัทใหญ่ๆด้วยกัน คือ |
| |
-
Brisbane Transport (Tel. 13 12 30) ให้บริการ City bus, Ferry และให้บริการร่วมอย่างใกล้ชิดกับ QR City Train ในบางบริการ
-
National bus ให้บริการ รถเมล์ทางไกล ไปยัง Suburbหรือหัวเมืองที่ไกลออกไป
-
Sunshine Coast Sunbusให้บริการ รถเมล์ทางไกล ไปยังหัวเมืองทางเหนือ ไปจนถึงนูซ่า
บริษัทแรก เทียบได้กับ ขสมก. ส่วนบริษัทอื่นๆ เทียบได้กับ รถทัวร์ต่างจังหวัดในประเทศไทยนั่นเอง ซึ่งรถเมล์โดยสารที่คนใช้บริการส่วนใหญ่ก็คือของบริษัทแรก
|
รถเมล์ที่นี่ โดยมาก เป็นรถที่ค่อนข้างจะเป็นรถที่ใหม่มาก ใช้แก๊ส บรรยากาศภายในรถไม่ทึบ ดูสว่างไม่อึดอัด และลดมลภาวะด้วย
|
| |
การเก็บค่าโดยสาร |
จะมีเพียงคนขับรถ ทำงานบนรถคนเดียวเท่านั้น ไม่มีคนเก็บเงิน คนขับทำหน้าที่เก็บเงินไปในตัว ผู้โดยสาร จะต้องเรียงแถวขึ้นที่ประตูด้านหน้าทีละคน เพื่อบอกปลายทาง และจ่ายเงินที่คนขับ ยกเว้นว่า ใครที่มีตั๋วแบบสิบเที่ยว ก็สามารถใช้เสียบในเครื่องคิดเงินแล้วเดินผ่านได้เลย โดยไม่ต้องรอจ่ายเงินให้คนขับ กรณีนี้ จะสามารถขึ้นรถได้ทีละสองคนพร้อมกันเพราะมีสองเครื่อง
การคิดค่าโดยสาร จะแบ่งการเดินทางออกเป็น โซนๆ ราคาค่าโดยสาร จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนโซนที่เราเดินทาง ราคาค่าโดยสาร ต่อเที่ยว โดยประมาณ (ราคาปกติ/ราคาจากการซื้อตั๋วสิบเที่ยว)
|
 |
1 zone - $1.80 / $1.38
2 zones - $2.80 / $2.06
3 zones - $3.20 / $2.78
Off peak - $4.60 / ไม่มีราคาสิบเที่ยว เพราะเป็นการซื้อครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งวัน ในช่วงเวลาที่กำหนด
|
| |
นอกจากนี้ก็ยังมีตั๋ววัน ราคา $8.40 นั่งรถเมล์ และเรือ ไปไหนก็ได้ตลอดวัน ไม่มีช่วงเวลา ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว และตั๋ว 2 ชั่วโมง ราคา $3.80 สามารถนั่งรถเมล์ เรือ ไปไหนก็ได้ รวมทั้งรถไฟในช่วงระยะทางที่กำหนด ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ภายใน 2 ชั่วโมงอีกด้วย
|
| |
ส่วนลด |
นักเรียน ที่เรียนในโรงเรียนที่มี Contact กับทาง City Council จะมีบัตรนักเรียน ซึ่งมีสัญลักษณ์ QR บนบัตร ก็จะสามารถใช้ลดราคาได้ ครึ่งหนึ่งโดยประมาณ ทั้งรถเมล์ รถไฟ และเรือ บุคคลที่มีสิทธิ์รับส่วนลดเช่นเดียวกับนักเรียน ก็คือ คนแก่ อายุเกิน 60 และ คนออสซี่ที่ตกงาน ก็จะได้รับส่วนลดนี้เช่นกัน ซึ่งจะต้องแสดงบัตรเมื่อจ่ายเงินค่าโดยสาร
|
| |
การกำหนดเวลาการวิ่งให้บริการที่แน่นอน (เวลาโดยประมาณ) |
ป้ายรถเมล์ จะมีป้ายบอกเวลาของการให้บริการ ซึ่งก็มีหลายแบบด้วยกัน ถ้าป้ายไหนที่มีรถเมล์จอดหลายสายมากๆ ก็จะมีป้ายขนาดใหญ่ติดข้างฝา ปกติ ป้ายแบบนี้จะมีเฉพาะสถานี ที่เป็น Busway Station เท่านั้น หรือบางที่ก็จะเป็น ป้ายไฟ สำหรับ Busway Stations ก็จะมีทั้งสองแบบ
|
  |
ในบางถนนที่รถเมล์วิ่งผ่านเยอะมากๆ เช่น Adelaide St. เป็นต้น รถเมล์จะไม่จอดทุกป้าย แต่จะกำหนดให้แต่ละสาย จอดเฉพาะบางป้าย เพื่อลดจำนวนของรถที่มาออกัน
|
ถ้าป้ายไหน ไม่มีรถจอดมากนัก พอจะเขียนลงในกรอบเล็กๆ กรอบสองกรอบพอ เค้าก็จะติดกรอบป้ายบอกเวลานั้น เอาไว้กับเสาของป้ายรถเมล์
ข้อสำคัญเกี่ยวกับเวลาการเดินรถคือ วันธรรมดา วันเสาร์ และวันอาทิตย์ จะมีแผนการเดินรถไม่เหมือนกัน ต้องตรวจสอบให้ดี เพราะ ถ้าไม่ใช่เส้นทางสำคัญๆ ก็ไม่มีมาบ่อยๆ โดยเฉพาะวันอาทิตย์ ถ้าพลาดแล้ว อาจจะต้องรออีกเป็นชั่วโมง หรือมากกว่านั้น
Public holiday ใช้ตารางเดินรถเดียวกันกับวันอาทิตย์ ทั้งรถเมล์ รถไฟ และเรือ
สำหรับบางเส้นทาง ที่มีการให้บริการคับคั่ง ทาง Brisbane Transport ได้สร้างถนนพิเศษ ซึ่งอนุญาตให้รถเมล์ใช้งานเท่านั้น เรียกกันสั้นๆว่า Busway ตลอดเส้นทางที่เป็น Busway ทุกสถานี จะใช้แปลนเดียวกันทั้งหมด มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร อย่างเพรียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็น ตารางบอกเวลา ทั้งแบบติดข้างฝา และ ป้ายไฟ , ที่นั่ง
|
 |
สะพานลอยข้ามไปยังแพลตฟอร์มฝั่งตรงข้าม(ไม่อนุญาตให้วิ่งข้ามถนนในบริเวณ Busway station) แล้วก็ ลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังสะพานลอย |
คนตรวจตั๋ว มักจะขึ้นไปตรวจบนรถ เวลาขึ้นบัสเวย์ เพราะระยะทางมันไกล กว่าจะถึงป้ายถัดไป คนที่โกง จะแอบลงก่อน ก็ไม่มีโอกาส ดังนั้นใครคิดจะโกงค่าโดยสารรถเมล์ เวลาขึ้นรถสายที่ผ่านบัสเวย์ช่วงยาวๆ ก็ระวังจะเสียค่าปรับ 150 $ และเสียประวัติได้
|
ตอนนี้รถเมล์ เริ่มมีพัฒนาการใหม่ คือสามารถเอาจักรยานขึ้นรถเมล์ได้ (มากสุดทีละ 2 คัน) ซึ่งเค้าจะเอาไปใส่ไว้ในซองพิเศษ ที่เรียกว่า Bike rack ที่ด้านหน้าของรถเมล์
|
 |
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟ และเรือ ห้ามนำของกินและเครื่องดื่ม ขึ้นมากินบนรถ ถ้าฝ่าฝืน ค่าปรับ $150
|
| |
การเดินทางโดยเรือ City Cat |
| |
ตัวอาคารท่าเรือ เหมือนบ้านการ์ตูน ตัวโป๊ะ แข็งแรง ในตัวอาคารจะมีที่นั่งอยู่รอบๆ มีส่วนที่เป็นระเบียง เพื่อให้นั่งชมวิวแม่น้ำได้ชัดเจน แล้วที่ข้างฝา ก็จะมีป้ายตารางเวลาให้บริการ และป้ายบอกการแบ่งโซน ซึ่งป้ายนี้จะไม่เป็นวงๆเหมือนรถเมล์ แต่จะเป็นรูปแม่น้ำ แล้วก็เส้นทางการบริการ และมีจุดไข่ปลาแบ่งโซน เรียกว่า Zone boundary
|
  |
เมื่อเรือมาก็เดินลงไปตามแรมพ์ หรือทางเดินลงไปยังโป๊ะ (ผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้เดินลงไปรอที่โป๊ะ จนกว่าจะได้รับสัญญาณจากพนักงานในเรือ แล้วก็ต้องรอจนกว่าผู้โดยสารที่ขึ้นจากเรือ จะขึ้นมาจนหมดซะก่อน ถึงจะเดินลงไปได้) โดยจะมีป้ายเตือนไว้ที่ทางเดิน เป็นประตูพับได้ เดินลงมาจนถึงในตัวเรือแล้ว ก็เดินไปจ่ายค่าโดยสารในเรือ City Cat มีเครื่องคิดค่าโดยสารสีเขียวๆ เหมือนในรถเมล์เหมือนกัน สามารถใช้ตั๋วเดียวกันนั้น เสียบเดินทางได้ทั้งรถเมล์ เรือ และรถไฟในบางบริการอีกด้วย
|
ตัวเรือจะมีระเบียงด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งอนุญาตให้ผู้โดยสารไปยืน (สำหรับด้านหน้า) หรือนั่ง และยืน สำหรับด้านหลัง ได้อีกด้วย ถ้าไปยืนด้านหน้าจะเห็นวิวอะไรชัดเจนดี บรรยากาศดีด้วย เรือนี้จะจอดทุกท่าที่มีในระบบ ดังนั้นจึงไม่ต้องกดกริ่งก่อนลง
|
เรือ City Cat จะมีช่วงเวลาการให้บริการประมาณ ทุกๆ 30 นาที หรือบ่อยกว่านั้น ในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ยังสามารถเอาจักรยาน ขึ้นเรือข้ามฟากได้ โดยจะต้องจอดไม่ให้กีดขวางทางคนอื่นเท่านั้นก็พอ
|
| |
การเดินทางโดยรถไฟ |
| |
ยกตัวอย่างจากสถานีหลัก คือ Central Station เริ่มจากเข้าไปในสถานีก็จะเห็น เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Ticket Vending Machine วางเรียงรายกันอยู่หลายตู้ ต้องการไปที่ไหนก็แค่กดปุ่มตัวเลขปลายทาง เครื่องก็จะบอกจำนวนเงินที่จะต้องจ่าย เราก็หยอดไปเท่านั้น มันก็จะออกสลิปตั๋วรถไฟมาให้ นอกจากนี้ถ้าใครไม่มีเหรียญ เค้าก็มี เครื่องแลกเหรียญอัตโนมัติ ไว้ให้แลกเหรียญอีกด้วย
|
จากนั้นก็เดินเข้าไปที่ทางลงแพลตฟอร์ม ถ้าเป็นสถานีใหญ่ๆ ในเมือง หรือเรียกรวมกันว่า CBD Stations (Central Business District) คือ Central Station , Roma Street Station และ Brunswick Street Station จะมีคนตรวจ ตรงทางเข้าออก แต่สถานีอื่นๆ จะไม่มีคนตรวจ มีเพียงการสุ่มตรวจโดย อินสเปคเตอร์ ที่จะขึ้นมาบนรถไฟ ที่ไหน และเมื่อไร อันนี้ก็ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้
สำหรับส่วนลดก็มี ตั๋ว Off peak คือการซื้อตั๋วแบบไป-กลับ ตั้งแต่เวลา 9.00 เป็นต้นไป ของวันปกติ จะมีส่วนลดให้ 30% จากค่าโดยสารไปกลับ และ Fare Buster คือการซื้อตั๋วไป-กลับ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือ public holiday จะคิดค่าโดยสารเพียงเที่ยวเดียว นั่นก็คือ เที่ยวกลับ นั่งฟรี
|
 |
| |
ระบบประตู |
เป็นประตูกึ่งอัตโนมัติ คือจะไม่เปิดเองทุกประตู ทุกสถานี แบบ BTS บ้านเรา แต่จะต้องกดคันโยก หรือปุ่ม เพื่อสั่งให้เปิดประตู ไม่ว่าจะเป็นคนขึ้นหรือคนลง ทั้งนี้เพื่อลดการเปิดประตูโดยไม่จำเป็น คันโยกหรือปุ่มนี้ จะใช้การได้ ก็ต่อเมื่อรถไฟจอดสนิทที่สถานีแล้ว และไฟ Doors released ติดแล้วเท่านั้น เวลาประตูจะปิด ก็คล้ายๆ BTS คือจะมีเสียงเตือน ต่างกันแต่ว่า BTS จะดัง ติ๊ดๆๆๆๆๆ แต่นี่ จะดัง ติ๊งต่องงงง แล้วก็มีเสียงพูดว่า Doors are closing. Please stand clear. แล้วประตูก็จะปิด รถไฟก็ออกตัวทันที
|
  |
สำหรับคนที่มีจักรยาน หรือรถเข็นเด็กสามารถนำขึ้นบนรถไฟได้ ขอเพียงไม่ทำให้เกะกะเท่านั้นเป็นพอสำหรับรถไฟที่วิ่งทางไกล ก็จะมีห้องน้ำให้ด้วย
|
รถไฟ City Train จะไม่มีเป็น ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ไม่ว่าที่นั่งจะแตกต่างกันยังไงก็ตาม ก็จะคิดราคาเท่ากันหมด รถไฟบางขบวนที่วิ่งระยะทางไกลๆ เช่น ขบวนที่วิ่งไปจากในเมือง ถึง Caboolture , Nambour , Gympie North อาจจะใช้ขบวนรถที่มีที่นั่งดีกว่าปกติ
นอกจากนี้ยังมี Tilt Train ซึ่งเป็นรถไฟที่ ให้บริการจากบริสเบน ถึง Cairn (อ่านว่า แคน) ซึ่งเป็นเมืองทางเหนือ ระยะทางประมาณ 1000 กิโลเมตร อยู่ใกล้ๆชายทะเล เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจาก เกรท แบริเออรีฟ นั่นเอง
|
  |
| |

|
| |
ข้อดีของการไปศึกษาที่บริสเบน
|
| |
1. เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง
เมืองบริสเบนเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษาและโรงเรียน มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งตั้งอยู่ที่ Gold Coast , Noosa, Maroochydore, Rockhampton, Mackay, Townsville และ Cairns
|
| |
2. อากาศคล้ายกับเมืองไทย
ที่บริสเบนมีอากาศคล้ายกับเมืองไทย มีท้องฟ้าที่แจ่มใส กลางวันที่อบอุ่น ส่วนกลางคืนจะเย็นสบายเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวมาก
|
| |
3. ค่าครองชีพต่ำกว่าที่ซิดนีย์หรือ เมลเบิร์น |
| |
4. เป็นเมืองที่น่าอยู่
เป็นเมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งของออสเตรเลีย มีคนจากซิดนีย์ อพยพย้ายเข้ามาอยู่บริสเบนจำนวนมากขึ้น ผู้คนในบริสเบนเป็นมิตร และเมืองนี้ก็มีความปลอดภัยสูง
|
| |
5. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
บริสเบนเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ได้แก่ The Great Barrier Reef และ Fraser Island ที่ติดอันดับมรดกโลกด้วย
|
| |
6. มีความหลากหลาย
บริสเบน มีความน่าตื่นตาตื่นใจ และความหลากหลาย ของเมืองขนาดใหญ่ โดยผ่านงานเทศกาล งานฉลองต่างๆ ร้านอาหาร ศิลปะ และสิ่งอำนวยความสะดวกในชุมชน
|
| |
7. วัฒนธรรมที่หลากหลาย
ประชากรจำนวนกว่าร้อยละยี่สิบหกของบริสเบน เป็นผู้เกิดในต่างประเทศ ทำให้บริสเบนเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย
|
| |
8. การคมนาคมที่สะดวก
บริสเบนมีเครือข่ายระบบการขนส่งสาธารณะคุณภาพระดับโลก เดินทางสะดวก มีบริการขนส่งสาธารณะให้เลือกใช้หลากหลาย
|
| |
9. นันทนาการ
บริสเบนมีนันทนาการ ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นละครดนตรี ละครเวที บัลเลย์ อุปรากร คอนเสิร์ต และงานเทศกาลต่างๆ
|
| |

|
| |
การใช้ชีวิตในบริสเบน
|
| |
ที่พัก |
ที่พักอาศัยภายในเมืองบริสเบนมีมากมายหลายแบบ เช่น
|
-
ห้องชุดหรืออะพาร์ทเม้นท์ให้เช่าในเขตเมืองชั้นใน และชานเมือง
-
บ้านเช่าในเขตชานเมือง
-
Homestay กับครอบครัวในเมืองบริสเบน
-
การเช่าบ้านร่วมกับนักเรียนท่านอื่น (Share room)
|
แหล่ง Shopping |
สำหรับผู้ที่นิยมการซื้อสินค้า หรือจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือเครื่องแต่งกายต่างๆ จะพบว่า บริสเบนมีศูนย์การค้าให้เลือกเดินและซื้อสินค้าต่างๆ มากมายหลายแห่ง ไม่ว่าจะชอบแฟชั่นระดับนักออกแบบ หรือของถูกราคาประหยัด หรือแม้แต่ของที่ระลึกต่างๆ
|
หากชอบราคาประหยัด สามารถเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ได้จากตลาด หรือ market หลายแห่งในวันสุดสัปดาห์ เช่นที่ South Bank, Riverside, Valley, Cleveland หรือชายฝั่งทะเลด้านเหนือที่ Eumundi market นอกจากนั้น ยังมีสินค้าจากโรงผลิต หรือ factory outlets ที่จะเลือกซื้อของถูกได้ สำหรับผู้ที่นิยมซื้อของในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ในบริสเบน ก็มีหลายแห่ง ได้แก่
|
| |
-
Westfield Chermside
-
Queen Street Mall
-
Myer Centre
-
Westfield Carindale
-
Toowong
-
Indooroopilly
-
Westfield Garden City
|
ร้านอาหาร |
ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนเมืองบริสเบน ต่างได้รับความสะดวกสบายเรื่องสถานที่รับประทานอาหารชั้นเลิศประเภทต่างๆ ซี่งมีให้เลือกมากมาย ในเมืองบริสเบน จะได้พบกับร้านอาหาร และร้านกาแฟที่มีรสชาติชั้นเยี่ยมมากมาย บริเวณที่มีร้านอาหารชื่อดังของเมือง อยู่ในบริเวณ Southbank, West End, Woolloongabba, Fortitude Valley, New Farm และบริเวณท่าเรือถนน Eagle Street
|
หากชอบบรรยากาศที่รับประทานอาหารแบบผ่อนคลาย ร้านอาหารแบบเป็นกันเอง และร้านกาแฟที่มีบริการอาหารแบบง่ายๆ นั้นมีบริการอยู่ทั่วไปทั้งในเมือง และเขตชานเมือง รวมทั้งบริเวณ West End, Paddington, New Farm และ Fortitude Valley
|
หรือต้องการทำอาหารเองก็มี supermarket อยู่ทั่วไป เช่น Coles, woolworths, IGA, Foodworks หากต้องการแบบจีนๆไทยๆ ก็ที่ china town (fortitude valley suburb)อยู่ใกล้เมืองมากๆ เป็น supermarket แบบของเอเชีย เช่น Yuen หรือ garbolo
|
| |
ทำงานพิเศษ |
| |
การหางานทำในบริสเบน ไม่ใช่เรื่องที่ยาก นักศึกษาต่างชาติ สามารถทำงานนอกเวลาเรียนได้ ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา และสามารถทำงานได้เต็มเวลาหรือประมาณ 35 - 40 ชั่วโมง ในช่วงปิดภาค แต่นักศึกษาจะได้รับสิทธ์ในการทำงานพิเศษ ต่อเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย และเริ่มเรียนที่สถาบันการศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว จึ่งยื่นขออนุญาตการทำงานพิเศษที่ Department of Immigration and Multicultural Affairs (DIMA) และชำระค่าธรรมเนียมจำนวน A$ 60 เสียก่อนและกรอกแบบฟอร์ม 157 P
|
หากนักศึกษามีงานพิเศษทำแล้วต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Australian Tax File Number) และต้องยื่นเสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อครบกำหนดปีงบประมาณ ช่วงวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี
|
หลายสถาบันการศึกษามีเจ้าหน้าที่จัดหางานคอยให้คำแนะนำ เกี่ยวกับหางานได้อย่างไร ที่ไหนบ้างที่นักศึกษาสามารถลองสมัครดู และการเตรียมประวัติส่วนตัวเพื่อสมัครงาน และอัตราค่าจ้างที่ได้ นอกจากนั้นนักศึกษาสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เว็บไซต์ หรือตัวแทนบริษัทจัดหางาน งานพิเศษที่นักศึกษาสามารถทำได้นอกเวลา ได้แก่ ผู้ช่วยขายของในร้าน ผู้ช่วยในครัว บาร์เทนเดอร์ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ตามโรงภาพยนตร์ หรือห้างสรรพสินค้า บางคนเรียนอยู่ระดับสูงอาจทำงานเป็นติวเตอร์ก็ได้ สำหรับในช่วงปิดเทอม นักศึกษาอาจทำงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล หรือเก็บเกี่ยวพืชผลอื่นๆ ในแหล่งเพาะปลูกทั่วไป
|
อัตราค่าตอบแทนจากการทำงานพิเศษ นักศึกษาจะได้รับเป็นอัตราต่อชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 8-16 เหรียญออสเตรเลียต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ความรับผิดชอบและตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะมีตารางกำหนดอัตราค่าจ้างไว้
|
| |
อัตราค่าจ้างโดยประมาณ |
|
ประเภทของงาน |
ค่าจ้างโดยประมาณ |
งานต้อนรับ |
พนักงานเสิร์ฟ $12 - $18 ต่อชั่วโมง
|
บาร์เทนเดอร์ |
$17 - $20 ต่อชั่วโมง
|
งานทำความสะอาด(Full and Part time) |
$15 - $20 ต่อชั่วโมง
|
งานใช้แรงงาน |
$16 - $20 ต่อชั่วโมง
|
งานในฟาร์ม |
$10 - $12 ต่อชั่วโมง หรือ $80 ต่อวัน
|
|
|
| |
ค่าครองชีพ |
| |
ค่าครองชีพในบริสเบนจะต่ำกว่าในซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยเปรียบเทียบค่าครองชีพของแต่ละเมืองในออสเตรเลีย ให้ซิดนีย์เป็นมาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบที่ 200 A$
|
| |
Sydney |
Adelaide |
Brisbane |
Canberra |
Darwin |
Hobart |
Melbourne |
Perth |
| A$ 200 |
A$ 133 |
A$ 150 |
A$ 148 |
A$ 161 |
A$ 132 |
A$ 158 |
A$ 149 |
|
| |
ค่าครองชีพในบริสเบนโดยประมาณสำหรับเวลาหนึ่งปี |
|
รายการ |
ดอลล่าร์ออสเตรเลีย $AUD ต่อปี |
อาหาร |
$2900
|
ค่าเช่า (แบ่งเช่า) |
 $4100 |
ค่าสาธารณูปโภค |
 $1000 |
เสื้อผ้า |
$600
|
ค่าเดินทาง |
$900
|
ความบันเทิง |
$1750
|
อื่นๆ |
$950
|
|
รวม |
$12200 |
|
| |
|
| |
สถานที่ที่น่าสนใจ
|
| |
Queen Street Mall
ถือได้ว่าเป็นใจกลางเมือง เป็นพื้นที่เปิดโล่งสาธารณะที่มีชีวิตชีวา และเป็นที่ที่มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมโบราณและร่วมสมัยอยู่ที่เดียวกัน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริสเบน แหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของออสเตรเลีย ความยาวของถนนควีนสตรีทขนาดครึ่งกิโลเมตร ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 26 ล้านคนต่อปี และยังเพิ่มห้างแห่งใหม่ Queens Plaza มีสินค้า
แบรนด์เนมหรูหราให้เลือกช็อปมากมาย
|
 |
| |
Queensland Cultural Centre
อยู่ติดกับสวนสาธารณะ South Bank Parklands ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอศิลป์ควีนส์แลนด์ หอศิลปะแห่งนี้ เป็นที่รวบรวมงานจิตกรรม และศิลปะของประเทศออสเตรเลีย ทั้งศิลปะของชาวอะบอริจิน ชาวยุโรป และชาวเอเชียที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นหอศิลปะที่งานแสดงที่มีชื่อเสียงติดอันดับของโลก มาใช้เป็นสถานที่จัดแสดงงานอยู่เสมอ
|
 |
| |
South Bank Parklands
เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และยังเป็นเหมือนโอเอซิส ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริสเบนด้วย เซาท์แบงค์มีชายหาดที่สร้างเลียนแบบหาดทรายริมทะเล มีทะเลสาบ สำหรับว่ายน้ำ แหล่งร้านอาหารนานาชนิด ร้าน
กาแฟ และร้านขายของบูติกต่างๆ |
 |
| |
Brisbane City Hall
ตั้งอยู่ตรงมุมถนน Adelaide กับถนน Albert ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมือง ศาลากลางแห่งนี้สร้างด้วยหินทราย จึงดูสง่างามแปลกตากว่าศาลากลางอื่นๆ โดยมีหอนาฬิกาสูงชะลูดขึ้นสู่ท้องฟ้า 85 เมตรอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวชมเมืองที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปตัวเองกับศาลากลางสักรูป ก็ถือว่ามาถึงบริสเบนแล้ว ด้านหน้าศาลากลางเป็นจัตุรัสเล็กๆ มีรูปปั้นของพระเจ้าจอร์จ อดีตกษัตริย์อังกฤษ งามสง่าอยู่บนหลังม้า จัตุรัสนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า King George Square
|
 |
| |
Fortitude Valley
แหล่งรวมสินค้าฮิปๆเก๋ๆ เปิดรอให้นักท่องเที่ยว มาช็อปตลอดทั้งเจ็ดวัน ทั้งยังเพลินกับการแสดงดนตรีสด สีสันความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม และบาร์น่านั่งมองดูผู้คนเดินผ่านไปมา |
 |
| |
Botanic Garden
สวนสาธารณะริมน้ำแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 110 ไร่ เย็นๆ ชาวบริสเบนนิยมมาวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเล่นสเก็ต กันที่นี่ บรรยากาศคล้ายกับสวนรถไฟบ้านเรา แต่ที่นี่จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่มากกว่า
|
 |
| |
Lone Pine Koala Sanctuary
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งที่มีดีกรีรับรองถึงความน่าสนใจจากกินเนสบุ๊ค เวิร์ด ออฟ เรคคอร์ด ว่าเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธ์หมีโคอาล่าแห่งแรกของโลกและยังใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
|
 |
| |
Riverlife Adventure Center
ออกพายเรือคายัคเที่ยวไปตามแม่น้ำบริสเบนหรือจะใช้บริการเรือยนต์ท้องแบนพาคุณไปชมวิวเมืองต่างๆตามแม่น้ำมีกิจกรรมปีนผาบริเวณแคงการู พอยท์ และสนุกกับการปั่นจักรยาน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมต่างๆที่อาคาร Riverlife Adventure ยังมีบริการนวดสปาต่างๆให้คุณเลือกไว้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากทำกิจกรรมต่างๆมาทั้งวัน
|
 |
| |
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่นิยมนั้น ได้แก่ Riverside Quarter, Caxton Street และที่ Fortitude Valley ส่วนคาสิโน The Treasury Casino ที่อยู่ในอาคารโบราณที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างสวยงามตระการตานั้น ตั้งอยู่ปลายบนของ Queen Street ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเวลากลางคืนที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง
|
ส่วนที่ที่มีโชว์ดนตรีดีๆ เด่นๆ เห็นจะเป็น Zoo (711 ถนน Ann) Arena (210 ถนน Brunswick) Gig (22 ถนน Market) และ Brisbane Underground (61 ถนน Petrie Terrace) ส่วนพวกแนวอัลเตอร์จะอยู่รวมๆ กันแถบ Fortitude Valley สำหรับแหล่งรวมพลของคนฟัง Jazz นั้นอยู่ที่ Jazz&Blues Bar (ติดกับ Transit Centre) และ Brisbane Jazz Club (1 ถนน Ann) ตรง Kangaroo Point
|
บริสเบนเป็นเหมือนประตูเปิดสู่ Sunshine State นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางในลักษณะ One Day Trip ไปยังแหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงที่น่าสนใจได้หลายแห่ง ใครชอบเมืองรีสอร์ทชายทะเลที่คึกคักและค่อนข้างพลุกพล่านก็ตรงไปที่ Gold Coast และ Sunshine Coast หรือใครอยากไปแสวงหาความสงบในป่าเขาอย่าง อุทยานแห่งชาติ Lamington บนเทือกเขา Great Dividing Range หรือ ชมธรรมชาติที่อ่าว Moreton และ เกาะ Stradbroke ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของโลมาปากขวด (Bottlenose Dolphin) นอกจากนี้ยังสามารถไปที่The Great Barrier Reef และ Fraser Island ที่ติดอันดับมรดกโลกได้อีกด้วย
|
| |
|
| |
เที่ยว Gold Coast เมืองใกล้เคียง
|
| |
Gold Coast อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนสแลนด์ มีอากาศอบอุ่นตลอดปี ถือเป็นเมืองแห่งชายหาดสีทองที่มีหาดทรายทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นดังสวรรค์ของนักโต้คลื่นแล้ว ยังเป็นเมืองตากอากาศชั้นเยี่ยม มีความโดดเด่นจนได้รับการยกย่องว่า เป็น ไมอามีแห่งออสเตรเลีย เลยทีเดียว
|
ตัวเมืองโกลด์โคส เจริญมาก มีตึกสูงๆ เต็มไปหมด มากกว่าตัวเมืองบริสเบนหลายเท่าเลย แต่เนื่องจากโกลด์โคสเป็นเมืองท่องเที่ยว ตึกรามส่วนใหญ่จึงเป็นคอนโด อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม มองจากฝั่งหาดเข้ามาที่ตัวเมือง ดูหรูหรามาก
|
โกลด์โคสไม่ใช่แคปปิตอลซิตี้ ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ก็ไม่ดีเหมือนบริสเบน เช่นไม่มีรถไฟ จะมีแต่รถบัส ที่เชื่อมกับรถไฟอีกที โกลด์โคสมีสนามบินของตัวเอง เป็นสนามบินอินเตอร์ขนาดเล็ก คือไม่ได้มีบินจากทั่วโลก เหมือนสนามบินตามเมืองหลวงของรัฐต่างๆ
|
ที่ Gold Coast มีสวนสนุกอยู่ 3 ที่คือ
-
Movie World
-
Dream World
-
Sea World
Movie World หรือก็คือ "โรงถ่ายภาพยนตร์วอร์เนอร์ บราเธอร์ส" (Warner Boros. Movie World) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ฮอลลีวู้ดแห่งโกลด์โคสท์ ตั้งอยู่บนถนนแปซิฟิกไฮเวย์ อ๊อกเซนฟอร์ด วิธีไปก็นั่งรถไฟสาย Gold Coast จากสถานี Central platform 1 ไปลงที่สถานี Helensvale ใช้เวลาประมาณ ชม. กว่า ๆ แล้วไปต่อรถบัสสาย A1(ออกจากสถานีเลี้ยวซ้าย) จะมีรถบัสจากสถานีไปที่ Movie World เรื่อย ๆ ค่าเข้า 60 $
|
 |
ที่มูฟวีเวิลด์แห่งนี้ มีทั้งโรงถ่ายภาพยนตร์ ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ต่างๆ เช่น หนังเรื่องดังยอดฮิตตลอดกาลอย่างเรื่องซุปเปอร์แมนและแบทแมน มีการจำลองสถานที่ถ่ายทำพร้อมตัวแสดงของฮอลลีวู้ดเช่น ถนนเมนสตรีท ตัวเกรมลินผจญภัย บ้านไอน์สไตล์ ร้านวอเนอร์บราเธอร์ ตลาดคาซาบลังกา ธนาคารบอนนี่แอนด์ไคล์ ร้านของเล่นกระต่ายบั๊กบันนี่ ร้านอเมริกันริคส์ ร้านกาแฟก๊อทแธมซิตี้ในภาพยนตร์เรื่องแบทแมน
|
  |
ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของมูฟวีเวิลด์ก็คือ เมื่อเข้าไปแล้วจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับดารานักแสดงจากภาพยนตร์และดาราการ์ตูนในขบวนพาเรด เช่น สกูปี้ดู บั๊กบันนี่ แบทแมน สาวน้อยมหัศจรรย์ พร้อมตัวการ์ตูนต่างๆอีกมากมายที่ครองใจผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลกทั่งเด็กทั้งผู้ใหญ่
|
นอกจากนี้ที่มูฟวีเวิลด์ยังมีการแสดงโชว์อันน่าระทึกอีกมากมายเช่น การแสดง Sound Effect ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปลองเล่นซาวด์เอฟเฟ็กต์ต่างๆกับเขาได้ด้วย อาทิ เสียงยิงปืน เสียงเคาะประตู เสียงเปิดหม้อข้าว เป็นต้น การแสดงสาธิตการถ่ายทำ เช่นว่าทำอย่างไรซุปเปอร์แมนถึงบินได้ สไปเดอร์แมนปีนตึก 30 ชั้นไปช่วยคนเดือดร้อนได้อย่างไร หรือการแสดงสตั๊นแมนท์โชว์จากภาพยนตร์เรื่องโปลิศจิตไม่ว่าง ล้วนแล้วแต่สนุกตื่นเต้นและน่าทึ่งเหมือนตัวเองได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฮอลลีวู้ดเลยจริงๆ
|
  |
ที่ต่อมา คือ Dream World ที่ถนนแปซิฟิกไฮเวย์ คูเมอราในโกลด์โคสต์ สถานที่แห่งความบันเทิงที่มีทั้งสวนน้ำ สวนสัตว์ และสวนสนุกรวมอยู่ด้วยกัน คุณสามารถใช้เวลาทั้งวันเพื่อเที่ยวในดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ สำหรับเครื่องเล่นที่น่าสนใจในดรีมเวิลด์ก็มี อย่างเช่น Giant Drop ที่ได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสบุ๊คว่าเป็นเครื่องเล่นที่มีความสูงที่สุดและเร็วที่สุดในโลก Flowrider ที่มีลักษณะไม่ต่างจากวินด์เซิร์ฟเท่าไหร่ ส่วนวิธีการเล่นก็แค่ยืนทรงตัวอยู่บนแผ่นวินด์เซิร์ฟ
|
  |
นอกจากนี้ยังมีสัตว์น่ารักๆในสวนสัตว์ เช่น จิงโจ้ สัญลักษณ์ของออสเตรเลีย หมีโคอาล่า ที่นอนราวๆ 20 ชั่วโมงและตื่นอีก 4 ชั่วโมงเพื่อมากินใบยูคาลิปตัส และยังมีสัตว์อีกหลายหลายชนิดให้ได้ชม เช่น ดิงโก้ พอสซั่ม วอมแบท เป็นต้น
|
 |
สำหรับสถานที่สุดท้ายที่จะไปเยือน ก็คือ"ซีเวิลด์" (Sea World) สวนน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ ที่มากไปด้วยความน่ารักของสัตว์น้ำหลายๆชนิดให้ได้เพลิดเพลิน เช่น โชว์โลมา ที่สุดแสนจะน่ารักน่าเอ็นดูและยังมีความน่ารักน่าชังของสิงโตทะเล แมวน้ำ หมี ปลาฉลามอีกด้วย วิธีไปก็นั่งรถไฟสาย Gold Coast จากสถานี Central platform 1 ไปลงที่สถานี Helensvale ใช้เวลาประมาณ ชม. กว่า ๆ แล้วไปต่อรถบัส(route19) อีกประมาณครึ่งชม. รถบัสที่จะต่อจากสถานีรถไฟมีแค่ 2 เที่ยว คือ 09:03 และ 10:03 am ตั๋วค่าเข้า 60$ จะซื้อที่สถานีรถไฟ หรือบนรถบัสเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องต่อแถวซื้อตั๋วข้างหน้า
|
  |
ส่วนกิจกรรมอื่น ก็คือ การผจญภัยล่องแก่งค้นหาขุมทรัพย์ อินเดียนน่าโจนส์ และชมการแสดงผาดโผนของเหล่านักสกีน้ำอันเลื่องชื่อของซีเวิลด์ ซึ่งเป็นการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจ และหวาดเสียวยิ่งนัก
|
  |
| |

|
| |
เรื่องน่ารู้
|
| |
ที่มาของชื่อเมือง บริสเบน |
Brisbane ชื่อนี้มาจากชื่อของ Sir Thomas Brisbane อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลล์ ณ ขณะนั้น ซึ่งมีดำริให้สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรในเมืองซิดนีย์เมื่อปี ค.ศ. 1821
|
คณะสำรวจตอนนั้นนำโดย John Oxley ใช้เวลาในการเลือกทำเลตั้งเมืองอยู่นาน ก่อนจะตกลงใจเลือกที่บริเวณนี้ซึ่งสงบ มีแม่น้ำไหลผ่าน และอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลลึกเข้ามาในแผ่นดินถึง 25 กิโลเมตร น่าจะปลอดภัยจากลมมรสุมที่มักจะพัดเข้าฝั่งของออสเตรเลียอย่างรุนแรงทุกปี
|
ในระยะแรกมีชาวซิดนีย์และคนออสเตรเลียจากที่ต่างๆ อพยพเข้ามาเพียง 20,000 กว่าคนเท่านั้น คนกลุ่มแรกนี้เข้ามาบุกเบิกพลิกผืนดินทำการเกษตร ป่าไม้ และสินแร่ที่มีอยู่อย่างมากมาย ทั้งแร่ทองแดง สังกะสี รวมทั้งการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก จนเวลาล่วงผ่านไป 100 กว่าปี ประชากรของบริสเบนปัจจุบันมีเกิน 3,000,000คนแล้ว
|
| |
ความหมายของ City Cat |
เรือเฟอร์รี่ที่นี่ รู้จักกันในชื่อ City Cat อย่าแปลกใจว่าทำไมคนบริสเบนเรียกเรือเมล์ว่า แมวเมือง นะ เพราะ Cat คำนี้ย่อมาจาก Catamaran ซึ่งหมายถึงเรือลำคู่
|
การนั่งเรือเฟอร์รี่ล่องแม่น้ำเป็นวิธีการชมเมืองบริสเบนที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองตลอดสองฝั่งแม่น้ำตั้งแต่ต้นสายถึงปลายสาย จาก Bretts Wharf ถึงท่าเรือของ University of Queensland ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง
|
| |
โรงเรียนใน Brisbane
|
| |
|
| |
Global Village English Centres |
| |
Global Village เป็นสถาบันเก่าแก่ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1960 เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ในด้านการสอนภาษามายาวนาน ทางสถาบันมีหลักสูตรคุณภาพให้เลือกมากมาย รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดทั้งปี ทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า พร้อมทั้งมีเพื่อนใหม่จากทั่วโลก การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ห้องเรียนขนาดเล็กจำนวนนักเรียนไม่มาก อาจารย์ที่สอนทุกคนมีความเชี่ยวชาญช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จ นักเรียนจะสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษและนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ สถาบันตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก อยู่ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง เช่น Queen Street Mall แหล่งร้านอาหารและร้านค้าต่างๆมากมาย
|
| |
หลักสูตร |
ราคา/สัปดาห์ |
ค่าสมัคร |
|
1 สัปดาห์ |
20 สัปดาห์ |
General English |
A$ 200 |
A$ 4,000 |
Free |
|
| |
|
| |
| |
| |
|
| |
GEOS Queensland College of English, Brisbane |
| |
GEOS Queensland เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับมาเป็นระยะเวลายาวนาน และยังเป็นสถาบันศึกษาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรเลียอีกด้วย ด้านการเรียนการสอน สถาบันจัดหาสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ซึ่งนำเอาหลักสูตรของประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ อเมริกาและออสเตรเลียเข้ามาประยุกต์ใช้ด้วยกัน เพื่อให้นักเรียนเกิดมุมมองที่กว้างขึ้น ทีมงานและอาจารย์ที่สอนเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญพร้อมที่จะให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทุกคน สถาบันตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริสเบน ใช้เวลาเดินทางไปยังใจกลางเมืองเพียง 10 นาที เดินทางสะดวก อยู่ใกล้ Roma Street Transit Centre และ ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร รวมทั้งโรงพยาบาล
|
| |
หลักสูตร |
ราคา/สัปดาห์ |
ค่าสมัคร |
|
1 สัปดาห์ |
20 สัปดาห์ |
General English |
A$ 230 |
A$ 4,600 |
A$ 150 |
|
| |
|
| |
| |
| |
|
| |
Holmes Institute, Brisbane Campus |
| |
Holmes Institute วิทยาเขตบริสเบนตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของเมือง ใกล้กับสถานีรถเมล์ รถไฟ และเรือข้ามฟาก มีหลายห้องเรียน สามารถมองเห็นแม่น้ำบริสเบนที่สวยงาม ทำให้มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่านักศึกษาจะมีความสุขกับการเรียน และได้ประสบการณ์ดีๆ จากการเรียนในเมืองบริสเบนแห่งนี้ วิทยาเขตประกอบไปด้วยห้องเรียน ห้องสมุด ห้องบรรยาย และห้องเรียนเดี่ยวขนาดเล็ก ห้องนั่งเล่นสำหรับนักเรียน และห้องคอมพิวเตอร์ คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของสถาบันมีประสบการณ์ในการดูแลนักศึกษาต่างชาติอย่างมืออาชีพ Holmes Institute เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษที่หลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาเลือกเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน
|
| |
หลักสูตร |
ราคา/สัปดาห์ |
ค่าสมัคร |
|
1 สัปดาห์ |
20 สัปดาห์ |
General English |
A$ 295 |
A$ 5,900 |
A$ 200 |
|
| |
|
| |
| |
| |
|
| |
Shafston International College |
| |
Shafston ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1996 และดำเนินงานจนกระทั่งกลายเป็นวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียด้วยจำนวนนักเรียนกว่า 50,000 คน Shafston แบ่งออกเป็น 2 แคมปัสโดยทั้งสองแห่งตั้งอยู่กลางใจเมืองบริสเบน แคมปัสหลักคือ Kangaroo Point Campus ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Shafston House ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1851 แคมปัสนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบริสเบนมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 5 เอเคอร์ City Campus เป็นแคมปัสแห่งใหม่อยู่ห่างจากศูนย์กลางธุรกิจของเมืองบริสเบนเพียง 5 นาที แคมปัสนี้จะทำให้นักเรียนสัมผัสสภาพแวดล้อมที่เหมือนมหาวิทยาลัยและบรรยากาศโดยรอบที่สวยงาม นอกจากนี้ที่แคมปัสนี้ยังมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครันและทันสมัย
|
| |
หลักสูตร |
ราคา/สัปดาห์ |
ค่าสมัคร |
|
1 สัปดาห์ |
20 สัปดาห์ |
General English |
A$ 300 |
A$ 6,000 |
A$ 195 |
|
| |
|
| |
รายชื่อมหาวิทยาลัยในรัฐควีนสแลนด์
|
| |
|

|